welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers

Thursday, 27 August 2009

กล่อง



Donation Box


ใครไปใครมาที่ Crescent Moon space จะเห็นเจ้ากล่องใสๆใบนี้ตั้งอยู่ เจ้านี่คือ Donation Box ซึ่งเป็นที่รวบรวมกำลังใจจากผู้ชมใจดีที่หยอดกล่องสมทบทุนเพื่อจัดกิจกรรมดีๆของ Crescent Moon space ที่จะจัดฟรี อย่างเช่น โครงการอ่านบทละคร “อ่านเรื่องรัก” ที่จัดไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเพื่อการปรับปรุงซ่อมแซมละครโรงเล็กหรืออุปกรณ์ เราหวังว่าจะปรับปรุงพื้นในโรงละครให้ดีขึ้น หวังว่าจะซื้อเก้าอี้มีพนักมาให้ผู้ชมได้นั่ง และจะจัดเสวนาอีกหลายครั้งในปีหน้า ตอนนี้เรากำลังจัดเตรียมโครงการอ่านบทละครอีกครั้งและจัดแสดงในเดือนตุลาคนนี้ ในแนวคิดเรื่องเกี่ยวกับสันติภาพ เป็นกิจกรรมชมฟรีเหมือนเดิม

สำหรับ Donation Box กล่องนี้เราเพิ่งนำมาตั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง เปิดครั้งแรกไปแล้ว แล้วเรานำสตางค์ที่ได้ไปสมทบทุนกับสตางค์กองกลางของพระจันทร์เสี้ยวเพื่อซื้อ ‘เครื่องฟอกอากาศ’ มาติดตั้งไว้ภายในโรงละครและเปิดใช้ขณะมีการแสดง เพื่อสุขภาพของท่านผู้ชมและพวกเราทุกคน

ท้ายสุดนี้เราขอขอบคุณผู้ใจดีทุกท่านที่ช่วยหยอดกล่องสมทบทุนเพื่อกิจกรรมของ Crescent Moon space โรงละครเล็กๆที่หวังจะจัดกิจกรรมและจัดการแสดงละครเวทีทางเลือกให้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อคนรักละครและเพื่อนักทำละคร





จาก ชาวพระจันทร์เสี้ยวการละคร


Wednesday, 26 August 2009

เจ๊ช่อเล่นจริงแล้ว


เจ๊ช่อเล่นจริงแล้ววันนี้
ขอเชิญชม "ช่อมาลีรำลึก" รอบพรีวิว (ฟรี )
รอบวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2552
รอบเดียว 20 ที่เท่านั้น

สำรองที่นั่งด่วน 0867877155


หมายเหตุ :
การแสดงมีทั้งหมด 10 รอบ วันที่ 26-30 สิงหาคม
และ 2-6 กันยายน 2552 เวลา 19.30 น.


มาดูรูปจากการซ้อมใหญ่กันได้เลย































Saturday, 22 August 2009

เราจะเป็นเพื่อนกันวันสุดท้าย


ถ้ามีคนมาบอกเราว่า "เราจะเป็นเพื่อนกันวันสุดท้าย"
คิดว่า เขากำลังจะบอกอะไรเรา.....
















ช่อมาลี: ...แต่ก็ยังดีที่เค้ายังบอกรักชั้น

ตุ๊กติ๊ก: แก้วนี้ชื่อ...รักจัญไร Love Shit



ช่อมาลีรำลึก
ผลงานเรื่องล่าสุดของ New Theatre Society
พบกับ




เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์









และ ปานรัตน กริชชาญชัย

Friday, 21 August 2009

ช่อมาลีรำลึก


New Theatre Society เสนอ

ช่อมาลีรำลึก

ตุ๊กติ๊ก : ทำไมดึกดื่นป่านนี้แล้วยังไม่กลับ
เจ๊ช่อ : ยิ่งแรงก็ยิ่งไกล.. ยิงไกลก็ยิ่งมันส์.. ยื่งมันก็ยิ่งแรง!

นำแสดงโดย ปานรัตน กริชชาญชัย และ เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์
บทและกำกับโดย ปานรัตน กริชชาญชัย

แรงบันดาลใจจาก Shirley Valentine ของ Willy Russell (บทดั้งเดิม ได้รับรางวัล the Laurence Olivier Awards 1998) และบทกลอนชื่อ Waiting ของ Faith Wilding

26-30 สิงหาคม และ 2-6 กันยายน 2552
รอบเวลา 19.30 น.
ที่ Crescent Moon Space

บัตรราคา 300 บาท (นักเรียนนักศึกษา 250 บาท)
สอบถามรายละเอียด 086 787 7715

Monday, 17 August 2009

เจ๊ช่อกำลังจะมา



พวกนักฟุตบอลและทีมเชียร์เพิ่งจะจากไป เจ๊ช่อก็กำลังจะมา

เจ๊ฝากถามคำถามเล่นๆ เพื่อวอร์มอัพท่านผู้ชม ว่า

"คนที่มาบอกรักเราเนี่ยมันเหมือนได้รับสิทธิพิเศษให้สามารถทำอะไรแย่ๆกับเราก็ได้ตามต้องการ "

แล้วใครคิดว่าไงบ้าง เจ๊ช่ออยากรู้




ช่อมาลีรำลึก

ผลงานเรื่องล่าสุดของ New Theatre Society
นำแสดงโดย
เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์ และ ปานรัตน กริชชาญชัย
บทและกำกับโดย ปานรัตน กริชชาญชัย
บทได้รับแรงบันดาลใจจาก Shirley Valentine ของ Willy Russell (บทดั้งเดิม ได้รับรางวัล Best Comedy in the Laurence Olivier Awards 1998) และบทกลอนชื่อ Waiting ของ Faith Wilding

@ Crescentmoon Space
26-30 สิงหาคม และ 2-6 กันยายน 2552 (เวลา 19.30)
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0867877155

Sunday, 16 August 2009

หมดรอบเชียร์

เชียร์หมดแล้ว ปิดฉากรอบสุดท้ายลงแล้ว

ขอขอบคุณนักแสดงรับเชิญ ที่มาร่วมปรากฏตัวผ่านจอตู้ ได้แก่

พิณทิพย์ สัตย์เพริศพราย - คณะละครสมมติ

นพพันธ์ บุญใหญ่ - คณะนพพันธ์

ธา และ งิ่ง - Baby Mime


Saturday, 15 August 2009

สูจิบัตรเชียร์

ผู้กำกับ
กวินธร แสงสาคร
กำกับการเชียร์การศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ดันมาสนใจงานด้านละคร (จนแม่ถามว่าเรียนไปทำไม) เข้าร่วมเป็นสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครปี 2542 แสดงเรื่อง คือผู้อภิวัฒน์ 2475 ความฝันกลางเดือนหนาว (จำไม่ได้แล้ว) และมีผลงานการแสดงกับกลุ่มต่างๆ ผลงานล่าสุดกำกับละครเวที เรื่อง รักบังตาเข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการแสดงและสื่อผสม Asian Performance and Multi-Media Arts Workshop ในงาน 40 ปี อาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันทำงานด้านผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งคุมคุมการผลิต และตัดต่อหลายรายการ เช่น เกษตรกรคนเก่ง Station Five กำกับโฆษณา กยศ. ชุดรอ ฯลฯ

นักแสดง
เกรียงไกร ฟูเกษม
เรียนจบวิทยาศาสตร์ ลาดกระบัง แต่ออกมาหากินกับการทำละครมานานหลาย

ปี และตอนนี้ก็ยังทำอยู่ ทำงานกับกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยวมาหลายเรื่อง และได้ร่วมกันเฉพาะกิจกับกลุ่มละครสมมุติ รวมทั้งได้มีโอกาสร่วมงานกับNew Theatre Societyด้วย แต่บ้านเกิดก็ยังคงเป็นพระจันทร์เสี้ยวการละครที่นี่ที่เดิม ชื่อเรื่องที่เคยได้แสดงและร่วมงานคงไม่ต้องบอกเพราะคนที่ดูละครคงคุ้นหน้าค่าตากันจนเบื่อแล้ว งานด้านอื่นๆ ทั้งอ่านสารคดี จัดรายการวิทยุคลื่น Fm 92.5 และ 98 Mhz โปรดติดตามผลงานของผมกันต่อต่อไป จะไม่ทำให้ผิดหวัง...อิ..อิ

ศักรินทร์ ศรีม่วง
ผลงานด้านดนตรี เป็น Producer, Sound Engineer, Songwriter, Music Directer & Musician ให้กับศิลปิน เพลงประกอบรายการ ละครเพลง ละครเวที เช่น ละครเวทีนางนาคเดอะมิวเซียม ฯลฯ ผลงานการแสดงละครเวที มี เรื่อง Animal Farm the Musical อักษรศาสตร์ ม.จุฬาฯ, เงาฆาตกรเกมฆาตกรรม ศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธุรกิจฯ ชายกลาง , ประสาทแตก อักษรศาสตร์ ม.จุฬาฯ, ทราม กลุ่มละครเสาสูง เทศกาลละคร BTF อ่านเรื่องรัก กลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว, Lift out (ดนตรีประกอบ) ฯลฯ

สายฟ้า ตันธนา
เริ่มเล่นละครเวทีขณะศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต และได้แสดงและทำละครเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่คณะละครมรดกใหม่ จากนั้นร่วมกับเพื่อนตั้งกลุ่มละครดรีมมาคส์ ได้ร่วมงานแสดงกับคณะละครแปดคูณแปด พระจันทร์เสี้ยวการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันทำละครของตัวเองในนามกลุ่มออนบ็อกซ์ และยังคงร่วมงานกับคณะละครอื่นด้วย

ฉัตรชัย พุดซ้อน
เรียนจบ บริหารธุรกิจเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เอกการละคร …เริ่มต้นการทำงานจากการ Workshop โดยพระจันทร์เสี้ยวการละคร และร่วมสร้างงานและแสดงละครกับพระจันทร์เสี้ยวมาโดยตลอด ปัจจุบันผันตัวเองเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เป็นฝ่ายจัดการกองถ่าย ผู้คัดเลือกนักแสดง รวมทั้งการฝึกสอนการแสดง อาทิ “Last life in the Universe” “Okay Baytong” “The Letter” และอื่นๆอีกมากมาย ล่าสุดเป็นผู้คัดเลือกและฝึกสอนการแสดงเรื่อง “ความสุขของกะทิ” ยังมีงานเล็กงานน้อยอีกมากมายซึ่งถ้าต้องการทราบโปรดไปถามเจ้าตัวเองที่ร้านสังคมนิยม ถนนพระอาทิตย์เพราะเป็นเจ้าของร้านอยู่ที่นั่นด้วย

ธเนศ ม่วงทอง
มีหลายคนถามว่าเรียนจบอะไรมา...ตอบอย่างภาคภูมิ..."จบวิศวะครับ เอกการแสดง !! เริ่มเล่นละครตอนเข้าชมรมศิลปะการแสดงและวรรณกรรมที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ตั้งแต่ปี 2540 จากนั้นก็ตกหลุมรักละครเวทีมาตลอด หาโอกาสที่จะได้เล่นละครอยู่เสมอๆ จนได้ร่วมเล่นกับหลายๆ คณะ ทั้ง Production น้อยใหญ่ โดยเฉพาะกับพระจันทร์เสี้ยวการละคร หลังจากที่ล้างราเวทีไปนานหลายปี กลับมาคราวนี้ต้องเคาะสนิมกันยกใหญ่แต่รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ภูมิฐาน ศรีนาค
จบการศึกษาปริญญาตรีจาก ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มีผลงานละครกับคณะละครหุ่นเงาพระจันทร์พเนจรฯ เช่น พระจันทร์อร่อยไหม, เด็กชายเจ้าอารมณ์, กระดึ๊บ กระดึ๊บ, นิทานริมฝั่งโขง ร่วมงานกับ พระจันทร์เสี้ยวการละคร เรื่อง แอนธิโกเน ,Whisper of the River และ Sea Beside ดูแลเทคนิคด้านภาพให้กับเรื่อง คอย ก.ด. ร่วมงานกับกลุ่ม B-Floor เรื่อง Fear Dynasty และล่าสุดเรื่อง Something Else


ทีมงาน
ที่ปรึกษา สินีนาฏ เกษประไพ และ ทวิทธิ์ เกษประไพ
กำกับการแสดง กวินธร แสงสาครบท กวินธร และเพื่อนๆ
ควบคุมการผลิต ศรวณีย์ ยอดนุ่น และ กมลภัทร อินทรสร
กำกับเวที กมลภัทร อินทรสร , ดลฤดี จำรัสฉาย ภูมิฐาน ศรีนาค
ออกแบบและควบคุมแสง พลัฏฐ์ สังขกร
ออกแบบฉาก ประวิทย์ หิรัญพฤกษ์
วีดีโอ กวินธร แสงสาคร , กมลภัทร อินทรสร ภูมิฐาน ศรีนาค
ควบคุมเสียงและควบคุมวีดีโอ กมลภัทร อินทรสร
ออกแบบการเคลื่อนไหว ฟารีดา จิราพันธ์
ดูแลบัตร ศรวณีย์ ยอดนุ่น , ดลฤดี จำรัสฉาย
ประชาสัมพันธ์ สินีนาฏ เกษประไพ ,บูรณิจฉ์ ถิ่นจะนะ




DIRECTOR NOTE
ดัดแปลงและแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Hart’war (สงครามบัญญัติวีรบุรุษ) ที่พูดถึงความขัดแย่ง การเหยียดผิว การใส่ร้าย จนก่อให้เกิด ผู้ที่ถูกสังเวย เป็นแพะรับบาป (ซึ่งดูแล้วอาจจะหนักเกินไป) แต่ละครเรื่องเชียร์ ได้ดัดแปลงและนำเสนอเนื้อหาใหม่ให้ดูสนุกดูสบายๆ แอบเสียดสีเหตุการณ์รอบๆตัวเราในรูปแบบการสืบสวนสอบสวนชวนอมยิ้ม กับคดีพิสดารในห้องแต่งตัวนักกีฬา พร้อมด้วยลีลาการเชียร์ฟุตบอลสุดมันจากเหล่านักแสดงชาย ทั้ง 5 คน และนักแสดงรับเชิญหลายคน(บังคับมาก็มี) ที่มาร่วมสนุกในการเชียร์ฟุตบอลครั้งนี้ ผู้ชมก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเชียร์ไปพร้อมกับพวกเรา แล้วจะได้รู้ว่า ทุกวันนี้พวกเรา...เชียร์เป็นหรือเปล่า (สี...สู้ๆ สี...สู้ตาย)

Saturday, 8 August 2009

เชียร์แล้วเชียร์แหลก

เชียร์แหลก เริ่มเชียร์รอบแรกไปแล้วเมื่อวานนนี้ ตามไปดูภาพการแสดงจากรอบแรกกันเลย










เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ห้องพักนักกีฬ่า















กับนักกีฬา โค้ช กองเชียร์ และ ผู้ชายชุดดำ









ท่ามกลางเหตุการณ์ตึงเครียด แล้วทำไม๊ ทำไม พวกเขาถึงต้องเล่นกีต้าร์ร้องเพลง









มาติดตามเชียร์พวกเขากันได้ วันนี้ พรุ่งนี้ รอบเวลา 14.30 และ 19.30 ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์หน้าอีก 5 รอบ




Monday, 3 August 2009

เดือนสิงหาคมกับละครสองเรื่องที่ Crescent Moon space



พระจันทร์เสี้ยวการละคร เสนอ


CHEER’S

เชียร์ แหลก

จะเชียร์ทีมไหนก็ช่างมัน
แต่ทีมฉัน
เชียร์มัน
เชียร์แหลก

กำกับการเชียร์ โดย กวินธร แสงสาคร
ร่วมด้วยกองเชียร์สุดมัน ศักรินทร์ ศรีม่วง , เกรียงไกร ฟูเกษม ,สายฟ้า ตันธนา , ฉัตรชัย พุดซ้อน , ธเนศ ม่วงทอง และ ภูมิฐาน ศรีนาค

7 -8 -9 และ 14-15-16 สิงหาคม 2552
ศุกร์ 19.30 น. เสาร์-อาทิตย์
รอบเวลา 14.30น. และ 19.30 น.

ราคาบัตรเข้าชมการเชียร์ 300 บาท ทุกที่นั่ง (นักเรียน นักศึกษา 250 บาท)

Crescent Moon Space
สถาบันปรีดี พนมยงค์
ถนนสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ )

จองบัตรสอบถามได้ที่ 081-612-4769,
084-044-6070







ละครเรื่องใหม่จาก New Theatre Society



ช่อมาลีรำลึก


ตุ๊กติ๊ก : ทำไมดึกดื่นป่านนี้แล้วยังไม่กลับ
เจ๊ช่อ : ยิ่งแรงก็ยิ่งไกล.. ยิงไกลก็ยิ่งมันส์.. ยื่งมันก็ยิ่งแรง!


นำแสดงโดย ปานรัตน กริชชาญชัย
และ เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์
บทและกำกับโดย ปานรัตน กริชชาญชัย
แรงบันดาลใจจาก Shirley Valentine ของ Willy Russell (บทดั้งเดิม ได้รับรางวัล the Laurence Olivier Awards 1998) และบทกลอนชื่อ Waiting ของ Faith Wilding

26-30 สิงหาคม และ 2-6 กันยายน 2552
รอบเวลา 19.30 น.
ที่ Crescent Moon Space

บัตรราคา 300 บาท (นักเรียนนักศึกษา 250 บาท)

สอบถามรายละเอียด 086 787 7715


Sunday, 2 August 2009

Black Boxes

วันนี้นำบทความเกี่ยวกับ ละครเวทีโรงเล็ก หรือ Black Boxes จากนิตยสารมาดามฟิกาโร ที่ลงไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว



Black Boxes:

พื้นที่ ศิลปะเล็กๆที่คุณค่าไม่เคยเปลี่ยน
เขียนโดย อภิรักษ์ ชัยปัญหา
จากนิตยสาร Madame FIGARO ฉบับเดือนสิงหาคม 2551




ใครจะไปเชื่อว่า เพียงแค่คุณเดินก้าวผ่านประตูไปสู่ภายในห้องเล็กๆสีดำ ขนาดประมาณ 5.90 เมตร X 7.70 เมตร โลกของคุณ...ก็จะไม่ใช่โลกที่คุณเคยอยู่อีกต่อไป...



ห้องเล็กๆสีดำๆ แห่งหนึ่งวันดีคืนดีก็เปลี่ยนเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ให้พระมหาชนกผู้ประกาศตัวว่า Never Say Die ได้แหวกว่าย บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นนรกอเวจี บางคราวก็เปลี่ยนเป็นลานข้างถนนให้กลุ่มคนบ้าๆลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวของสุดสาคร หรือบางขณะก็กลายเป็นสวนสาธารณะในคืนวันคริสต์มาสที่คุณซานต้า (แต่ว่าเป็นคนญี่ปุ่น) มานั่งรอมาริลีน มอนโรว์ เพราะผลพวงมาจากที่พวกเขา Chat กันทางอินเตอร์เน็ต หรือนึกครึ้มขึ้นมาห้องนี้ก็เปลี่ยนเป็นโรงลิเกไปเสียอย่างนั้น

อีกห้องหนึ่งเล็กใหญ่กว่ากันไม่กี่มากน้อย บางครั้งก็พาเราไปสู่โลกของผู้หญิงๆ ไปฟัง เอ่อ.. น้องจิ๋ม เขาร้องทุกข์ ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นโรงเจ้าเข้าทรง พบกับเจ้าพ่อการละครกูรูเธียเตอร์ ยางครั้งก็เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะที่ชายหนุ่มผู้เพิ่งอกหักได้มารู้จักกับคุณป้าผู้ถูกสามีทำร้ายและไล่ออกจากบ้าน เป็นห้องพักที่สามเพื่อนซี้ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง เกย์หนึ่ง พักร่วมกัน หรือบ้านของนักกีฬากระโดดน้ำ แต่วันไหนอารมณ์ดีหน่อยก็เปลี่ยนเป็นสีขาวสะอาดตาแล้วตั้งชื่อตัวเองว่า “ห้องตกกระแทกหมายเลข 0”

ผมกำลังเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับ Black Boxes หรือ โรงละครเวมีขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง เล็กแต่ใกล้ชิด จุผู้ชมได้ประมาณ 30-50 ที่นั่ง ละครแบบนี้มักใช้อุปกรณ์และฉากน้อยๆแต่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆเพื่อดัดแปลงห้องอันแสนธรรมดาให้กลายเป็นสถานที่อื่นๆด้วยมายาแห่งละคร ข้อดีที่ทำให้การชมละครใน Black Boxes แตกต่างจากการชมละครโรงใหญ่ก็คือ การที่นักแสดงกับผู้ชมได้ใกล้ชิดกันมากจนสามารถ รับ-ส่ง พลังงานบางอย่างรพหว่างกันได้ นับเป็นประสบการณ์ทางฝสิลปะที่ทั้งผู้สร้างและผู้เสพได้มีโอกาสลิ้มลองแล้วมักหลงในเสน่ห์ของโรงละครแบบนี้จนยากตะถอนตัว

ห้องแรกมีชื่อว่า “มะขามป้อมสตูดิโอ” ผู้เป็นเจ้าของคือ มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) หรือที่คนส่วนใหญ่จะเรียกกันสั้นๆว่า กลุ่มละครมะขามป้อม ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกสะพานควาย หัวเรือใหญ่ได้แก่ คุณประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงคนแรกของประเทศไทย ส่วนห้องหลังใช้ชื่อว่า “ละครโรงเล็ก Crescent Moon Space” ดูแลโดยพระจันทร์เสี้ยวการละคร ตั้งอยู่ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ บริหารโดย คุณสินีนาฏ เกษประไพ นักการละครเวทีอาชีพหญิง ลูกหม้อพระจันทร์เสี้ยวการละครแท้ๆ



“Small but Beautiful and go beyond limited” คือแนวคิดสำคัญของ Black Boxes กำเนิดของมันนับเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของนักการละครเวทีทางเลือก (ที่ไม่ใช่สายการละครเวทีกระแสหลัก อย่างซีเนริโอ หรือ ดรีมบ๊อกซ์ ฯลฯ ที่เน้นการสร้างงานโปรดักชั่นขนาดใหญ่ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณา มีการนำนักแสดงที่มีชื่เสียงมาร่วมแสดง และแน่นอนว่าต้องใช้ทุนสร้างค่อนข้างสูง) “เราขาดทั้งพื้นที่แสดงงาน แล้วก็ขาดความต่อเนื่องในการแสดงงาน ความหวังลึกๆของคนทำละครก็แค่อยากจะมีโรงละครดีๆ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องขนาดใหญ่) ไว้เป็นที่ทำงาน คิดงาน และแสดงงาน เราจะหาจากที่ไหน” สินีนาฏ เกษประไพ เคยถามคำถามนี้ แต่ดูหมือนเธอจะไม่รอคำตอบจาก “มือที่มองไม่เห็น”

เมื่อไม่มีมือวิเศษเข้ามาช่วย พวกเขาจึงลงมือสร้างและหา “พื้นที่” ด้วยตัวเอง และนั่นก็เป็นจุดกำเนิดพื้นที่ทางศิลปะของคนรักละครเวทีร่วมสมัยกระแสทางเลือก ได้มาใช้คิดงาน สร้างงาน แสดงงาน และมาชมงาน จากกำเนิดเพียงขวบปีของ Black Boxes ทั้งสองแห่ง เฉพาะในช่วงระหว่าง มิถุนายน – ธันวาคม 2550 มะขามป้อมสตูดิโอ กลายเป็นพื้นที่ที่ใช้แสดงผลงานด้านละครเวทีมาแล้ว 19 เรื่อง รวม 82 รอบ จำนวนผู้ชมประมาณ 2,850 คน นอกจากนั้นยังจัดเสวนาเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยมาแล้ว 9 ครั้ง จัดกิจกรรมในลักษณะอื่นๆอีกมากมาย เช่น ฉายภาพยนตร์สั้น เล่นดนตรีสด ฯลฯ

ส่วน Crescent Moon Space ก็ไม่น้อยหน้านับตั้งแต่ก่อตั้ง 28 เมษายน 2550 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2551 ห้องเล็กๆแห่งนี้เปิดการแสดงละครเวทีจากหลายกลุ่มศิลปิน รวมทั้งสิ้น 14 เรื่อง รวมรอบการแสดงทั้งสิ้น 76 รอบ จัดเสวนาความรู้เกี่ยวกับศิลปะการละครมาแล้ว 5 ครั้ง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการละครมาแล้ว 5 ครั้ง กิจกรรมฉายหนัง 1 ครั้ง รวมผู้ชมและผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมใน www.makhampom.net/studio และ www.crescentmoontheatre.com )

ผู้ชมบางคนเปรยมาดังๆให้ได้ยินดีว่า ชอบดูละครโรงเล็กๆมากกว่าละครโรงใหญ่ๆด้วยเหตุผลว่าได้ใกล้ชิดกับนักแสดงในระยะที่แค่เอื้อมมือไปก็สามารถสัมผัสถึงตัวนักแสดงได้ พอเริ่มไปดูบ่อยๆจะพบกับผู้ชมที่หน้าตาคุ้นเคย ยิ้มกันไป ส่งสายตากันมา หนักเข้าก็คุยกันและรู้จักกันในที่สุด แต่เหนือกว่านั้น “ละคร” จาก Black Boxes ยัง “ให้อะไร” แก่เขาด้วย...



ละครใน Black Boxes มักจะเล่าเรื่องราวของคนเล็ก ๆแต่ในความเป็นสากลของมนุษย์นั้นไม่เคยเล็ก สิ่งที่ได้มันจึงไม่ใช่แค่ความบันเทิงอย่างผิว เผิน แต่ยังช่วยยกระดับจิตใจให้แก่ผู้ชมได้อย่างวิเศษ บางที ละครดีๆสักเรื่องจาก Black Boxes ที่ซ่อนตัวกระจายอยู่ทั่วกรุงเทฑฯ อาจเป็นตัวเลือกที่ cool พอ และทำให้วันนี้ของเราไม่น่าเบื่อจนเกินไป

อ๊ะ - - นั่น! ประตูของ Black Boxes เปิดแล้วครับ...


Saturday, 1 August 2009

อัพเดทกันหน่อย



เข้าสู่เดือนสิงหาแล้ว เดือนนี้ที่ละครโรงเล็ก Crescent Moon space มีละครให้ดูสองเรื่อง เรื่องแรกเป็นผลงานใหม่จากพระจันทร์เสี้ยวการละคร เรื่อง "เชียร์แหลก" กำกับโดย เปรม กวินธร แสงสาคร ที่เมื่อปีที่แล้วกำกับเรื่อง "รักบังตา" เรื่องเชียร์แหลกนี้ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เรื่อง Hart War แสดงโดยนักแสดงชายหลายคน ว่าด้วยเรื่องลูกกลมๆกับการเชียร์ ซึ่งไม่เคร่งเครียดเหมือนกับในภาพยนตร์ต้นฉบับ ความน่าสนใจของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่นักแสดงชายหลายคนที่ไม่เคยเจอกันบนเวทีมาก่อน แล้วมาอยู่ในที่เดียวกันได้ แต่อะไรจะเกิดขึ้น


ส่วนอีกเรื่องเป็นละครแบบหญิงๆ ของ อิ๋ว ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอเรื่อง "ช่อมาลีรำลึก" เรื่องนี้เธอกำกับเป็นเรื่องแรก เป็นผู้กำกับหน้าใหม่ (แต่ก็ไม่ใหม่มาก เพราะเธอทำละครและแสดงละครมานาน) จาก New Theatre Society เธอทำบทเอง โดยได้แรงบันดาลใจจาก Shirley Valentine ของ Willy Russell (บทดั้งเดิม ได้รับรางวัล the Laurence Olivier Awards 1998) และบทกลอนชื่อ Waiting ของ Faith Wilding นอกจากทำบทแล้ว เธอยังเล่นเอง กำกับเอง (แสดงกับนักแสดงหญิงอีกคน คือ บ่วย เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์ - เรื่องนี้หญิงล้วน) แต่เธอบอกว่าไม่อยากดูเองนะคะ


และเดือนหน้าเดือนกันยายน มาติดตามกับเรื่องรักใน "Water Time" ได้อีกครั้ง ใครที่ไม่ได้ดูคราวที่แล้ว ครั้งนี้ไม่ควรพลาด เปิดการแสดงเพียงแค่ 10 รอบเท่านั้น หลังจากเรื่องนี้ได้ออกทัวร์ไปหลายๆมหาลัยในหลายจังหวัด เรื่องนี้กำกับโดย ครูหนิง พันพัสสา ธูปเทียน แสดงโดย ฮีน ศศิธร, โชโกะ และ โย อภิรักษ์





Friday, 31 July 2009

นักแสดงและทีมงานใน RUN



นักแสดง

กฤษณะ พันธุ์เพ็ง
ชายหนุ่มผู้รักสงบ แต่ชอบอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ชอบเล่นละคร แต่ดันมาเป็นอาจารย์ อยากมีเงิน แต่ต้องมาทำละครเวที ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่นักแสดง กำกับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ในชีวิต กำลังจะมีเรื่องที่ 4 เล่นเดือนกันยายน

วรัญญู อินทรกำแหง
สมาชิกหลักของกลุ่ม B Floor มีอาชีพหลักเป็นนักเขียนประจำกองบรรณาธิการนิตยสารผู้ชายที่ไม่ใช่นางนวล... ตอนนี้กำลังตั้งใจว่าจะเลิกเล่นละครสักพัก เพื่อเก็บตัวเขียนหนังสือเป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองสักเล่ม

นัยพร จันทร์นิเวศน์
สาวน้อยบ้านนา เธอเดินทางมายังเมืองหลวงแห่งนี้ เพื่อตามหาฝันของตัวเอง แม้ตอนนี้เธอจะสำเร็จการศึกษาจากสถาบันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แต่งานประจำเธอก็ยังหามีไม่ ข้ออ้างที่ใช้เพื่อบอกคนอื่นไปวันๆคือ ทำละคร...ด้วยใจรัก หรือไม่รัก ก็ยังไม่รู้ ที่ผ่านมาเธอก็เล่นละคร ปัจจุบันเล่นละครเรื่อง “run” และเธอก็ขอทำงานด้านละครต่อไป

ปานรัตน กริชชาญชัย

สาวน้อยหน้าใสใจรักละคร อายุยังไม่มาก ปัจจุบันก็เล่นละครแทบจะเป็นงานอาชีพหลัก ส่วนอาชีพเสริมก็เดินเล่นไปมาแถวๆสถาบันปรีดี พนมยงค์ กำลังจะมีผลงานละครของตัวเอง เรื่อง “ช่อมาลีรำลึก” ที่ Crescent Moon space ในเดือนสิงหาคมนี้ (เล่นเอง กำกับเอง แต่ไม่อยากดูเองค่ะ)

ทีมงาน

ผู้กำกับการแสดง

หนุ่ม กฤษณะ พันธุ์เพ็งฃ
นักแสดงและผู้ร่วมสร้างสรรค์
บอล วรัญญู อินทรกำแหง, แอ๋ม ปานรัตน กริชชาญชัย
นักแสดงรับเชิญ
อิ๋ว ปานรัตน กริชชาญชัย
ออกแบบแสง
พี่แอ๋ม ทวิทธิ์ เกษประไพ
ควบคุมแสง
อิท พลัฏฐ์ สังขกร
ควบคุมเสียง
เบส วิชย อาทมาท
ออกแบบสื่อสิ่งพิมฑ์, ควบคุม-ตัดต่อภาพเคลื่อนไหว
บิว พัชชา พิพัฒนามงคล
กำกับเวที
คะน้า คนาวัลย์ แสงมุข, ต้องตา รตีวาร สวาวสุ
ฝ่ายต้อนรับ
ตั้ม สุวิชชา สุวิสุทธิ์
Animation
กฤตและนิว CG ศิลปกรรมฯ DPU
แต่งหน้าโดย
แพทตี้และทีม


Thursday, 30 July 2009

RUN review


RUN: ทดลอง ค้นหา วิ่งวน ถึงเส้นชัย
Written by ณัฐพัชญ์


ในช่วงหลัง ๆ ของการแสดงละครเวทีในโรงเล็ก ๆ อย่าง Crescent Moon Space นั้น เรามักพบการทดลองและค้นหาแนวทางการนำเสนอใหม่ ๆ ที่มากกว่าการเป็นแค่ละครพูดธรรมดาแบบฉากต่อฉาก ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานแสงเสียง ดนตรี มัลติมีเดีย จนประมาณว่าเป็นเหมือนการ “ปล่อยของ” ของผู้เขียนบทและผู้กำกับ

จนหลาย ๆ ครั้งผมเองก็รู้สึกว่าละครเวทีโรงเล็ก ๆ เหล่านี้กำลังจะไปไกลกว่าละครเวทีที่คนทั่ว ๆ ไปเข้าใจกันเสียแล้ว



RUN ผลงานจากฝีมือของกฤษณะ พันธุ์เพ็งก็เหมือนจะรู้ตัวดีแถมประกาศตัวแต่ไก่โห่ด้วยซ้ำว่า Exploring Theatre ซึ่งแน่นอนว่าละครเวทีเรื่องนี้ก็คงมีอะไรให้ค้นหา (พอ ๆ กับที่ผู้กำกับก็กำลังค้นหาอะไรบางอย่างไปพร้อม ๆ กับคนดู) และโดยส่วนตัว...ผมว่ามันเป็นละครที่มีสีสันจัดจ้านแบบเป็นตัวของตัวเองด้วยเลยทีเดียวล่ะ



เริ่มเรื่อง RUN อาจจะทำให้เรางงเล็ก ๆ เมื่อพบว่ามันเป็นทั้ง Dance และ Physical ในฉากแรก ๆ จนอาจจะทำให้คนดูหัวปั่นได้ว่า “ต้องการอะไรจากผม” แต่เหมือนผู้กำกับจะรู้ดีว่าขืนทำไปเรื่อย ๆ คนดูคงได้เมาคาโรงละครตลอดชม.ครึ่งเป็นแน่ จะกระโดดเข้าสู่การเป็นบทละครพูดว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง “มะเหมา” กับ “หงาย” สองชายหนุ่มที่บังเอิญ(?) ไปพบกันในฟิตเนสแห่งหนึ่ง และเริ่มสร้างความสัมพันธ์ต่อจากนั้น ก่อนท้ายที่สุดมันจะไม่ใช่ความสุขแต่กลายเป็นความเศร้าแทน


หนึ่งในกลวิธีการเล่าเรื่องแบบทดลองที่เราเจอกันบ่อย ๆ ในละครเวทีสมัยใหม่คือการสร้างภาพปะติปะต่อเหมือนภาพตัดแปะมาเรียงต่อ ๆ กัน แน่นอนว่าบางครั้งมันก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างถ้าเราเป็น “คนนอก” ที่ไม่ได้เข้าไปอยู่กับเรื่อง แต่ในอีกมุมนึงนั้น หากเราลองเทียบเคียงเป็นคนที่เกิดสถานการณ์แบบนั้น สภาวะจิตใจของเราก็ไม่ต่างจากความทรงจำที่ขาดวิ่นนำมาเรียงต่อ ๆ กันและมีหลายช่วงที่ขาดหายหรือบิดเบี้ยวไป ซึ่งส่วนนี้หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปว่าคล้ายกับการนำเสนอแบบ Expressionism โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลาย ๆ ฉากถูกนำเสนอออกมาด้วย Physical Theatre แทนที่จะเป็นการเล่าเรื่องด้วย Dialogue ปรกติ นั่นยังไม่รวมถึงการผสมผสานระหว่างสื่อมัลติมีเดีย ภาพเคลื่อนไหว รวมไปถึงบทละครที่ “เล่า” ด้วยวิธีที่แหวกแนวทับซ้อนเข้าไปอีก

จุดที่ผมชอบที่สุดคือการที่ละครลากคนดูให้รู้สึกเหมือนกับการพาทัวร์งานแสดงศิลปะแห่งหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยภาพความทรงจำต่าง ๆ ของตัวละคร แต่ภาพต่าง ๆ ประกอบไปด้วยงานที่มีสไตล์ต่างกันแบบสุดขั้ว รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็พอจับเส้นทางของเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ได้ ซึ่งก็เป็นจุดดีที่ผู้กำกับไม่ปล่อยให้เราออกทะเลกันไปจนกู่ไม่กลับ ก่อนที่สุดท้ายจะมาขมวดปมในการโยนคำถามกลับให้คนดูในฉากสำคัญเพื่อแสดงความคิดเห็นว่าสาเหตุของปัญหาในความสัมพันธ์ของตัวละครนั้นเกิดจากอะไร

อีกประเด็นหนึ่งที่ละครกำลังทดลองกับผู้ชมและได้ผลดีคือการสร้างสีสันให้เรื่องดูสนุกสนานกับการแดกดันและเปลือยความจริงให้ฮากลิ้งกับหลาย ๆ ฉาก เช่นฉาก Spa ที่ให้บริการ....​(ไปเดาเอาเองนะครับ) รวมถึงรายการทอล์คโชว์ที่ประชดประชันสังคมนอกโรงละครได้อย่างสุดฤทธิ์ ซึ่งนี่ผมว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของละครเวทีโรงเล็ก ๆ ที่สามารถจะกล้า “กัด” และ “กระแทก” สังคมอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ไม่ต้องกลัว กบว. ซึ่งแน่นอนว่าเราดูในโรงละครใหญ่ ๆ ไม่ได้ (และโดยส่วนตัว ผมว่ามันสนุกว่าละครเวที Sit Com ในทีวีที่พยายามเล่นมุกตลกคาเฟ่ที่สัปดนยิ่งกว่าหลายเท่านัก)



การใช้ Physical Theatre มาผสมน่าจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า “ทดลอง” ที่ผู้ชมน่าจะนึกคิดตลอดการดูละคร ซึ่งก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาคือความ “ชัดเจน” ของ Physical ที่น่าจะเป็นการบ้านกลับไปให้ผู้ทดลองคิดถึงแนวทางของตัวเองที่คมกริบกว่านี้ เพราะหลาย ๆ ครั้งนั้น ภาพที่เห็นบนเวทีออกจะเบลอ ๆ และสับสนจากการพยายามสร้าง Action ที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะจนกลายเป็น “รก” และเทียบเคียงยากอยู่เสียหน่อย



ตัวกฤษณะ พันธุ์เพ็งเองที่นอกจากจะกำกับ สร้างสรรค์แล้ว ก็ยังแสดงเป็นตัวละครเอกเองอีกด้วย และเราก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนที่แสดงละครเวทีแนวนี้ได้อย่างเจนจัดคนหนึ่ง จังหวะของการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ Beat ของการแสดงได้อย่างดี เช่นเดียวกับ วรัญญู อินทรกำแหง นักแสดง Partner ของเขาที่แม้จะมีสไตล์การแสดงที่แตกต่างกัน แต่ก็กลายเป็นเคมีที่เข้ากันได้อย่างดีบนเวที

ที่จะกินซีนที่สุดแม้จะออกมาน้อยที่สุดคือปานรัตน กริชชาญชัย ที่เราคงเห็นเธอบ่อยเหลือเกินกับละครเวทีวิกเล็ก ๆ แบบนี้ แต่ก็อย่างที่ประโยคแรกว่าเอาไว้ เพียงฉากไม่กี่ฉากที่เธอออกมาก็เรียกว่าเหมือนกับการสาดสีจัด ๆ ลงไปบนละครจนดูตื่นตาตื่นใจขึ้นมาทันที (โดยส่วนตัว ผมว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงที่พูดบทตลกหน้าตายหรือแดกดันได้อย่างเจ็บแสบที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว) ผมพลิกมองสูจิบัตรที่เล่นเรื่องการวิ่งแข่งมาเป็น Key Visual (ก็ตามชื่อเรื่องนั่นแหละครับ)

เอาล่ะ เมื่อละครเริ่มแสดง มันก็คล้าย ๆ กับผู้ชมเริ่มวิ่งออกจากจุดสตาร์ทแล้ววิ่งตามนักแสดงที่วิ่งน้ำหน้าเรา ลู่วิ่งครั้งนี้อาจจะมีทั้งทางตรง ทางเลี้ยว ทางอ้อม รวมไปทั้งการวนกลับมาจุดเดิมจนบางทีเราอาจจะสงสัยว่า “วิ่งตรง ๆ ไม่ได้หรือ” ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยในตอนจบ แต่พอเราพักเหนื่อยที่เส้นชัยแล้วมองย้อนกลับไปตามทางที่เราวิ่งมา มันก็เป็นการวิ่งที่โอเค มีสันสัน และไม่น่าเบื่อหน่ายเหมือนวิ่ง

ขอขอบคุณเว็บวิจารณ์ Bark and Bite ที่เอื้อเฟื้อให้แบ่งปันกันอ่าน
สนใจติดตามอ่านวิจารณ์งานละครและหนังอย่างไร้ความปรานีได้ที่นี่
http://www.barkandbite.net/

RUN preview

วีคนี้วีคสุดท้าย เหลืออีกเพียง 5 รอบ เท่านั้น กับ RUN
31 ก.ค. และ 1, 2 ส.ค.
เวลา:19.30 และ 14.30 น.
ขอนำรีวิวของ RUN ในเดอะเนชั่นมาลงให้อ่านกัน



We're all on the RUN
written by Pawit Mahasarinand
published in DAILY EXPRESS on Friday, July 17, 2009

A new troupe debuts with an experimental theatre focusing on a gay relationship.
"Run" is the debut production of a theatre troupe called numen.n.co, formed by Krisana "Num" Punpeng, a seasoned actor, lecturer at Dhurakij Pundit University and a PhD candidate in performance practice at the University of Exeter.
"Run" features 13 scenes of various length utilising different performance styles—spoken word, movement, dance, etc.
"It's like an experiment and I’m sure after this we’ll keep on improving," says Num. " I’ve been involved in stage productions of various styles, and I think many styles can be presented coherently in one work."
"There are certain moments in life," says the poster, "when you feel a sudden urge to run." The tagline continues, “Recapture those moments through a dazzling montage of love, (homo)sexuality, affection, loss, lust and all those juicy melodramatic shenanigans in contemporary everyday life.”
"It's about the relationship of two people, a man and a man," Num says, "like a journey from the beginning to the end."
“I like the word ‘run’. It has many meanings, as in ‘running to something’, ‘running away from someone’, or ‘running a business.’ We use this word very often in our life.”

Joining him are Varanyoo "Ball" Intrakamhang, a member of B-Floor Theatre whose acting and movement were solid additions to the recent "Sunflower" and "Something Else", and Naiyaphorn "Am" Channivet, a Chulalongkorn University communication arts graduate and cast member in Khandha Arts 'n Theatre's multidisciplinary production "Mae Nam".

"The first scene," Num says of "Run", "is about attraction, showing the two men's interactions during love at first sight. Later on there's a scene about fascination, showing what's happening during the early stage of the relationship. This is presented by a solo narrative dance by Am.”

"Although the two main characters are male, the presence of a female gives this work a broader perspective. In some scenes she appears like a character, in others as an object and a motion.”
"In the end, 'Run' is applicable to any heterosexual relationship, or even that of a woman and a woman as well."

"Run" is at Crescent Moon Space at the Pridi Banomyong Institute (BTS: Thong Lor) from July 24 to 26 and July 31 to August 2. Shows are at 7:30pm, with 2:30 pm matinees on the weekends. Tickets cost Bt250 (Bt200 for students). Call 08 1899 7111 for reservation.

Friday, 24 July 2009

An exploeration of Theatre "RUN"

RUN จะเริ่มแล้ว
วันนี้เสนอเป็นรอบแรก เวลา 19.30 น.


เก็บคำบอกเล่าของผู้กำกับมาฝาก


"อาจจะเป็นข้ออ้างที่น่าเบื่อสำหรับการผลิตผลงานการแดง แต่คำว่า an exploration of theatre เป็นคำที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุดในการบรรยายคุณลักษณะของผลงานชื้นนี้

'การค้นหา' หรือ 'การทดลอง' ในครั้งนี้ไม่ใช่ของผมหรือนักแสดงในเรื่องนี้เท่านั้น แต่เป็นของท่านผู้ชมทุกท่านด้วย"
- หนุ่ม กฤษณะ พันธุ์เพ็ง


เก็บรูปจากการซ้อมใหญ่มาให้ดูสักเล็กน้อย








ภาพถ่ายโดย วิชย อาทมาท

Tuesday, 21 July 2009

มา Run กัน...เริ่มศุกร์นี้


ละครโรงเล็ก Crescent Moon space
จะเริ่ม RUN ละครเรื่องใหม่ เริ่มรอบแรกวันศุกร์นี้ ทุ่มครึ่ง
เสาร์-อาทิตย์
รอบบ่ายสองครึ่งกับทุ่มครึ่ง


"...พี่ฮะผมเหนื่อยย
วิ่งไปอย่าได้ถอย
ขอพักเดี๋ยวนึงสิ...
ไม่ได้...ถ้าพักแล้วจะไม่ได้ลุกขึ้นมาอีกเรยนะ
แต่ผมไม่ไหวละฮะ...ฝะ...ฝากที่เหลือด้วยยยย
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"



ภาพการอบรมออกแบบแสง






ภาพจาการอบรมออกแบบแสงเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม จะเห็นว่าการอยู่บนที่สูงได้คือ คุณสมบัติที่คนทำไฟควรจะมีค่ะ






Monday, 6 July 2009

เราพร้อมแล้วที่จะ run



เราพร้อมแล้วว!!
ที่จะ...

run

"เสียงปืนดัง ปัง
เราจูงมือกัน...ออกวิ่ง
หนึ่งร้อยเมตรผ่านไป...
เธอสะดุดก้อนขี้หมาแห้งชิ้นใหญ่ แล้วล้มลง
ฉันรอ...
เธอบอกว่าขี้หมาแห้งมันสวยดี ขอหยุดชื่นชม
ฉันรอ...
เธอบอกให้ฉันลองดม...
ฉันบอกว่าไม่ แล้ววิ่งต่อไป..."

เรื่องราวการ run ใน relationship ของคนสองคน
ผ่านการนำเสนอในรูปแบบการแสดงสไตล์ผสม อย่างมีศิลปะ(แบบเบาๆ)

มาร่วมการวิ่งสู้หวัด 2009 ในวันและเวลาดังต่อไปนี้

ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 24, 25, 26, 31 ก.ค. และ 1, 2 ส.ค. (10 รอบ)

เวลา:19.30 และ 14.30
บัตรราคา (ถูกม๊ากกกกก) 250 บาท และ 200 (นักเรียน นักศึกษา)


@ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ
สอบถาม และจองบัตร: 081-899-7111

Saturday, 4 July 2009

อบรมออกแบบแสง


เปิดทำการอบรมออกแบบแสง Stage Lighting Design เป็นวันแรก เรามีผู้เข้าร่วมอบรมกับเราทั้งหมด 12 คน คอร์สนี้สอนโดย พี่แอ๋ม ทวิทธิ์ เกษประไพ ทำงานด้านเทคนิคและระบบแสงมาเกือบยี่สิบปี เป็นผู้กำกับเทคนิคและออกแบบแสงให้พระจันทร์เสี้ยวการละคร และละครเวทีอีกหลายๆเรื่อง เรื่องล่าสุด Left Out และเรื่องต่อไปคือ Run และ โครงการละครเวทีไทย-ญี่ปุ่นเรื่อง "สาวชาวนา" ซึ่งจะทำการแสดงที่กรุงเทพ และ โตเกียว