Sunday, 4 August 2013

มนต์รักคลองแสนแสบ


“มนต์รักคลองแสนแสบ”



‘มนต์รักคลองแสนแสบ’ ได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครแนว Melodrama ยุคแรกๆ ของเยอรมัน ชื่อ ‘How to die for love’ โดย August von Kotzebue ในปี 1761

จากบทละครเยอรมันมาสู่บทละครแบบไทยๆยุคไอ้ขวัญ อีเรียม โดยมีนิยายของ คุณไม้เมืองเดิม เรื่อง ‘แผลเก่า’ และ ‘แสนแสบ’ เป็นต้นแบบสำนวนสำเนียง มีเพลงลูกทุ่งอย่าง ‘แสนแสบ’ ‘ แม่ร้อยใจ’ ‘สาวนาคอยคู่’ และ ‘โปรดเถิดดวงใจ’

คอยเคล้าคลอแว่วๆอยู่ตามรายทาง

แล้วมันซิออกมาเป็นเช่นไรเล่าแม่เอ๊ย!!! แค่คิดก็ขำใจ คิกๆ อยากจะวิ่งลงลำกระโดงไปกลิ้งตายซิแม่ะล๊า!!



–แล้วละครน้ำเน่าจะเข้ามาเร้าใจให้วูบวาบ เตรียมจิกหมอนและครูดแผ่นหลังไปกับฝากระดานบ้านอีกสักค่ำคืน!!


พร้อมเปิดโรง 22 สิงหา – 9 กันยา เวลา 20.00 น.
โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ

บัตรราคา 450 บาท

จองบัตรได้ที่
086 787 7155 และ 081 116 0066



Monday, 8 July 2013

แนะนำนักแสดงใน (In)Sensitivity





 


หนึ่งนักแสดงใน (In)sensitivity คือ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่ นักแสดงฝีมือดีและนักจิตบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวคนแรกของเมืองไทย ในฐานะเจ้าของโปรเจ็ค ดุจดาววาดโครงการนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2554 แต่ต้องพบกับโรคเลื่อนจนได้ฤกษ์แสดงครั้งแรกในปี 2556 ที่งาน micro art festival ซึ่งจัดโดยบริติช เคาน์ซิลที่โรงภาพยนตร์สกาล่า จากความคิดเบื้องต้นที่ตั้งใจให้งานเป็นแบบ site specific ดุจดาวพัฒนางานชิ้นนี้ไปพร้อมๆกับนักแสดง และเลือกเอาประสบการณ์ความรู้สึกที่สั่นสะเทือนที่สุด มานำเสนอผ่านการเต้นรำ, ทัศนศิลป์, โมชั่น กราฟฟิค โดยยังคงเอกลักษณ์ในงานของดุจดาวที่เบลอเส้นแบ่งของพื้นที่การแสดงและพื้นที่ของผู้ชมได้อย่างสนุกสนานและน่าติดตาม



อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์ หรือ กอล์ฟ เป็นเจ้าของร้านเค้กและร้านกาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยย่านหนองแขม ในยามว่างกอล์ฟจะสะบัดผ้ากันเปื้อนมาทำการแสดง เป็นนางเอกให้กับละครที่น่าจดจำหลายเรื่อง อาทิบทนางนาก เวอร์ชั่นสวย ฮา "นางนาก เดอะ มิวเซียม" บทมะลิ สาวตจว.แอ๊บใส ใน "สาวชาวนา" ซึ่งได้รับรางวัลการแสดงยอดเยี่ยมจากเครือข่ายละครกรุงเทพ ปีที่ผ่านมากอล์ฟทำงานแสดงเดี่ยวเรื่อง "บางละเมิด" และได้รับรางวัลบทละครดั้งเดิมยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง


หนึ่งในนักแสดง (In)sensitivity ธนพล วิรุฬหกุล ตั๋มเป็นนักเต้น, นักแสดงและผู้กำกับฯ ตั๋มเริ่มทำงานกับบีฟลอร์โดยเป็นศิลปินรับเชิญในโปรเจ็คโมเลกุลในกรุงเทพ หลังจากนั้นก็เข้ามาเป็น choreographer ให้กับ Lear& his 3 daughters ก่อนร่วมเป็นทีมนักแสดงใน oxygen และ survival games โดยปีที่ผ่านมาเขามีผลงานกำกับของตัวเองเรื่อง Post Show Talk with Pina Bausch with Pina Bausch หลายปีก่อนตั๋มเคยได้รับทุนไปเรียนเต้นในอเมริกาจาก John F. Kennedy Center for the Performing Art

Thursday, 4 July 2013

การบรรยายพิเศษ “ ที่ทางของละครร่วมสมัยไทย ตอน 2 : ละครโรงเล็กในกรุงเทพมหานคร ”



การบรรยายพิเศษ
“ที่ทางของละครร่วมสมัยไทย ตอน 2 : ละครโรงเล็กในกรุงเทพมหานคร”



วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:00-21:00 น.

ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

กำหนดการ

17.30 น. ลงทะเบียนผู้ร่วมงาน
18.00 น. กล่าวต้อนรับ โดย ฝ่ายกิจกรรมเครือข่าย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
บรรยาย “ละครโรงเล็ก คืออะไร ทำไมต้องเล็ก” และ ที่มาและที่ไปของละครโรงเล็กในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน โดย ประดิษฐ ประสาททอง
19.00 น. ร่วมบรรยายแลกเปลี่ยน “โรงละครขนาดเล็กในกรุงเทพฯ สถานการณ์ในปัจจุบัน” โดย ศิลปินและผู้บริหารโรงละครขนาดเล็ก คุณภาวิณี สมรรคบุตร (Democrazy Theatre Studio) คุณสินีนาฏ เกษประไพ (Crescent Moon Space) คุณจารุนันท์ พันธชาติ (B-floor Room) คุณสุนนท์ วชิรวราการ (Chang Theatre)
20.00 น. ถาม-ตอบ

see
https://www.facebook.com/events/533996073331928/?ref=22

Wednesday, 26 June 2013

(In)Sensitivity ละเอียด อ่อน ไหว (ไหม)





 
(In)Sensitivity ละเอียด อ่อน ไหว (ไหม)


“ครั้งสุดท้ายที่คุณนั่งคุยและโอบกอดกับความรู้สึกเศร้า โกรธ หรือ เสียใจคือเมื่อไหร่?”
“When is the last time you sat down to talk and embrace your sorrow, anger, or sadness?”

พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรภายในเดือนมิถุนายน 100 ท่านแรกรับบัตรเข้าชมราคาเพียง 380 บาท
Special ticket price of 380 THB for the first 100 people who make their reservation within JUNE.

‘บีฟลอร์’ เสนอผลงานกำกับการแสดงเรื่องใหม่ล่าสุดของศิลปินสาวนักจิตบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว (Dance Movement Therapist)‘ดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่’ กับการแสดงแนวมินิมัลแต่ใช้องค์ประกอบศิลป์ที่หลากหลายทั้งยังเป็นการแสดงแนวปฏิสัมพันธ์ประสบการณ์ในชื่อการแสดงชุด ‘(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’
B-Floor Theatre, a leading contemporary theater company in Thailand presents (In) Sensitivity, the latest work by dance movement therapist artist Dujdao Vadhanapakorn Boonyai.

‘(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’ เป็นการแสดงที่เธอในฐานะนักจิตบำบัดได้เฝ้าสังเกตความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในเรื่องของการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คน ในสังคมไทยที่มักจะแสดงออกกันว่าเป็นสังคมที่นิยมความดีงาม กลับมีร่องรอยการระเบิดประทุทางอารมณ์จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมให้เห็นได้บ่อยขึ้นทุกที…หรือบางทีอาจมีบางอย่างที่ขาดหายไป?

’“(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’ is the result of her observation as a psychotherapist of human-to-human interactions in Thai society – a society that presents itself as virtue-loving but bears many traces of emotional explosions that lead to tragedies, which seem to be happening more and more often…Is there something missing, perhaps?

บัตรเข้าชมราคา 450 บาท จัดแสดงทั้งหมด 12 รอบการแสดงระหว่างวันที่ 18-21,23-30 กรกฏาคม 2556 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ สุขุมวิท 55 (ระหว่างซอย 1 กับซอย 3) สำรองที่นั่ง 089-167-4039 email: bfloortheatre@gmail.com

Tickets are 450 THB. There are 12 performances from 18-21, 23-30 July 2013 at the Pridi Banomyong Institute, Sukhumvit 55 (between Soi Thong Lo 1 and 3). For reservations please call 089-167-4039.

email:bfloortheatre@gmail.com



Monday, 24 June 2013

ภาพบรรยากาศ Post Talk บ้านcultเมืองcult

ขณะนี้ละครเวทีเรื่อง "บ้านcultเมืองcult" เดินทางมาสู่รอบสุดท้ายกันแล้ว



เรามาเก็บตกภาพบรรยากาศ Post Talk พูดคุยหลังละครรอบวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา  ขอขอบคุณท่านผู้ชมทึกท่านและคุณกัลปพฤกษ์ค่ะ 








Tuesday, 4 June 2013

ละครเวที บ้านCult เมืองCult



ละครเวที บ้านCult เมืองCult

การแสดงคู่ขนาน 2 ห้อง / 4 ชีวิต Cult ๆ ประจำวัน
[ กิน / ปี้ / ขี้ / แตก / ตาย [



ชาย 2 คนในห้องหนึ่ง [ กระท้อน / สักวา [
หญิง 2 คนในห้องหนึ่ง [ ธิดา / มณี [

" จริงที่ไม่เคยมี ดีที่ทำไม่ได้ สุขที่ไปไม่ถึง "


บทละคร
อรดา ลีลานุช เขียน ธิดา / มณี
รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค เขียน กระท้อน / สักวา


แสดง
วรัญญู อินทรกำแหง เป็น กระท้อน
วชร กัณหา เป็น สักวา
ณัฐญา นาคะเวช เป็น ธิดา
ดลฤดี จำรัสฉาย เป็น มณี

คัดสรรและควบคุมเสียง
นพพันธ์ บุญใหญ่

ออกแบบแสงสว่าง
ทวิทธิ์ เกษประไพ

ออกแบบกายภาพของพื้นที่
วสุรัชต อุณาพรหม

ออกแบบภาพประชาสัมพันธ์
เตชิต จิโรภาสโกศล

แลดูการแสดง
เศรษฐ์สิริ นิรันดร

ดูแลการเคลื่อนไหวในบางขณะ
ธนพล วิรุฬหกุล

ดูแลการผลิต
ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์

ดูแลความเป็นอยู่เป็นไปในพื้นที่การแสดง
วิชย อาทมาท


ขอเชิญร่วมสำรวจและเป็นพยานการมีอยู่ของชีวิต Cult ๆ เหล่านี้
10,11,14,15,16,20,21,22,23,24 มิถุนายน 25556 (เวลา 20:00 น.)
ณ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว และ บีฟลอร์เธียเตอร์
(สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ)

ราคาบัตร
* ห้องเดียว 400 บาท ** ควบสองห้อง / ดูสองวัน 600 บาท
พิเศษ ! ! ! จองบัตรและโอนเงินภายใน 31 พฤษภาคม 25556
* ห้องเดียว 350 บาท ** ควบ 2 ห้อง / ดู 2 วัน 500 บาท



รายละเอียดและจองบัตรโทร 087 901 9130
ติดตามความเป็นอยู่เป็นไปใน บ้านCult เมืองCult ที่
https://www.facebook.com/cultcountry


ภาพบรรยากาศการพูดคุยหลังละคร โปรเจค 1/4 วีคสุดท้าย



จบลงแล้วกับ 'โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ'
ภาพบรรยากาศผู้ชมในรอบวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.



Post Talk พูดคุยหลังละครครั้งที่สอง กับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับทั้ง 4 เรื่อง และแขกรับเชิญพิเศษ ครูหนิง อ.พันพัสสา ธูปเทียน





ภาพบรรยากาศผู้ชมในรอบสุดท้าย 2 มิ.ย.




พิเศษในรอบสุดท้ายเรามีอาจารย์และผู้ชมที่เป็นน้องๆนักศึกษาจาก ม.มหาสารคามมาชม และครูคำรณ คุณะดิลก ครูผู้ก่อตั้งพระจันทร์เสี้ยวการละคร เราเลยพูดคุยหลังละคร post talk อีกครั้ง




นักแสดงและทีมงาน โปรเจค 1/4 ขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่มาดูมาเป็นกำลังใจให้กับโปรเจคนี้อย่างอบอุ่น


Saturday, 1 June 2013

สูจิบัตรโปรเจค 1/4


"โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ"

4 ผู้กำกับ 1 นักเขียนบท กับละครสั้น 4 เรื่อง

บทละครโดย อรดา ลีลานุช




"นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก"
นักแสดง : ณัฎฐนันท์ ประเสริฐรัสมี,เบ็น โกศลศักดิ์
ผู้กำกับ : เบญจ์ บุษราคัมวงศ์

"สายน้ำกับสายลม"
นักแสดง : อรรถพล อนันตวรสกุล, อรดา ลีลานุช
ผู้กำกับ : สุกัญญา เพี้ยนศรี

"เสียงสะท้อนจากความเงียบ"
นักแสดง : วรุตม์ เข็มประสิทธิ์, เววิรี อิทธิอนันต์กุล
ผู้กำกับ : รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ

"ที่พักใจ"
นักแสดง : อาคีรา โหมดสกุล, เกรียงไกร ฟูเกษม
ผู้กำกับ : ศิริธร ศิริวรรณ


ทีมงาน
ดูแลการผลิต สินีนาฏ เกษประไพ อรดา ลีลานุช
ออกแบบและควบคุมแสง ทวิทธิ์ เกษปะไพ
ตัดต่อและควบคุมเสียง พลัฏ สังขกร
กำกับเวที สุธี ใจเพ็ง
บัตรและหน้างาน กอใจ อุ่ยวัฒพงศ์
ประชาสัมพันธ์ ลัดดา คงเดช
ออกแบบโปสเตอร์ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท
ถ่ายภาพ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท จีรณัทย์ เจียรกุล


ขอขอบคุณ
สถาบันปรีดี พนมยงค์
น้ำดื่มตราโอมิซึ
และท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนศิลปะการละคร



Friday, 31 May 2013

ภาพบรรยากาศพูดคุยหลังละคร โปรเจค 1/4


"โปรเจค 1/4"

...เส้นทางระหว่างเขาและเธอ...



เราจัด Post Talk พูดคุยหลังละคร กับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับทั้ง 4 เรื่อง และแขกรับเชิญพิเศษ (เฉพาะรอบวันเสาร์) เราจัดสองเสาร์

เสาร์แรก วันที่ 25 พ.ค. 56 พูดคุยกับแขกพิเศษ อ.ภาสกร อินทุมาร คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

ส่วนครั้งต่อไปคือเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 56 แขกพิเศษของเราคือ ครูหนิง อ.พันพัสสา ธูปเทียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ หากท่านผู้ชมท่านใดสนใจ ขอเชิญอยู่ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเราได้ค่ะ


Sunday, 19 May 2013

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทโปรเจค 1/4

อรดา ลีลานุช ผู้เขียนบทละครสั้นสี่เรื่อง ใน โปรเจค ¼

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย สินีนาฏ เกษประไพ




มาทำความรู้จักกับผู้เขียนบทละครของ “โปรเจค ¼ เส้นทางระหว่างเขาและเธอ” ที่กำลังจะเปิดแสดงในวันพฤหัวหน้าที่โรงละครพระจันทร์เสี้ยว โปรเจคนี้เป็นการทำงานกับบทละครสั้นสี่เรื่องของผู้เขียนบทที่ชื่อ อรดา ลีลานุช ประวัติการทำงานละครของอรดาเริ่มที่มีความสนใจละครเวทีและเข้าร่วมเวิร์คชอปละครเวทีตอนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นได้ทุนไปศึกษาต่อที่ St. Olaf College ที่อเมริกา และจบปริญญาตรีทางด้าน Theatre เริ่มเขียนบทละครเวทีตอนศึกษาระดับปริญญาโทที่ Miami University และจากนั้นก็เขียนบทละครมาตลอด หลังจากเรียนจบและกลับมาเมืองไทยก็มีผลงานที่ถูกจัดแสดงไปแล้วสองเรื่อง คือ “A Love Song” แสดงที่โรงละครพระจันทร์เสี้ยว และ “หญิงสาวกับดวงดาว” แสดงที่ The Reading Room


นาด : ตอนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา ทำไมถึงเลือกเรียนด้านละคร
อรดา : ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ออได้ทุนไปเรียนต่อที่ เซ็นต์ โอลาฟ หนึ่งปี เขาบอกให้เรียนอะไรก็ได้ แต่โอนหน่วยกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นอยากเรียนอะไรก็เรียนเลย ออก็เลยลงเรียนวิชาละคร เพราะอยากเรียน

นาด : ทำไมล่ะ ทำไมอยากเรียนละคร
อรดา : เพราะว่าตอนเด็กๆน้านก (อ.ศรวณีย์ สุขุวาท อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มช.) ชอบพาไปดูละคร ส่วนใหญ่ก็เป็นละครของนักศึกษา มช.และตอนนั้นมี วาว คอมปานี ก็รู้สึกว่าละครมันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก ก็เลยสนใจ แล้วต่อมาก็ลงเรียนวิชาตัวหนึ่งสื่อสารมวลชน เป็นวิชาละครของครูจิ (ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ คณะการสื่อสารมวลชน มช.) แต่มันมีตัวเดียว พอได้ไปต่อที่อเมริกา ก็เลยถือโอกาสเรียนละครซะเลย เพราะคิดว่าพอกลับมาก็เรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ก็เรียนละคร และอาจได้ทำละครด้วย พอเรียนไปได้ปีนึง เขาก็ถามเราอีกว่าจะเอาทุนอีกไหม แต่ถ้าเอาทุนเพิ่ม กลับมาเมืองไทยก็จะโอนไม่ได้ แต่หน่วยกิตของเมืองไทยนี่เราโอนไปที่โน่นได้ พอไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็ปรากฏว่าไม่มีเครดิตพอที่จะจบคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษที่โน่นได้ แต่มีเครดิตพอที่จะจบละครได้ รวมระยะเวลาในการเรียนทั้งหมดสี่ปีครึ่ง เรียนละครก็สนุกดี

นาด : แล้วทำไมถึงสนใจเขียนบท มันเริ่มได้ยังไง
อรดา : จริงๆแล้วอออยากเขียนหนังสือ เพราะตอนเป็นเด็กออชอบอ่านหนังสือ แต่ว่าลองเขียนแล้ว ออเขียนหนังสือไม่ได้ ไปลงวิชา creative writing แล้วก็ต้องดรอปทิ้ง เพราะเขียนไม่ได้ เขียนไม่ออกเพราะเขียนบรรยายไม่เป็น พอไปเรียนที่ ไมอามี่ ก็ไม่ได้คิดจะเรียนเขียนบท แต่เพื่อนๆเค้าไปลงเรียนกัน สอนโดยอาจารย์โฮเวิรด เราก็เลยไปลงบ้างเล่นๆขำๆ เป็นวิชาเลือกในเทอมแรก พอไปเรียนก็ปรากฏว่าเป็นครั้งแรกที่เขียนอะไรออกมาได้ คือไดอะล็อกมันไหลออกมาเองเลย แล้วเราก็รู้สึกมหัศจรรย์อีกแล้ว ตอนแรกที่ไปก็ไม่ได้กะเรียนเขียนบท แต่แล้วไปๆมาๆก็เลยกลายเป็นนักศึกษาเรียนเขียนบท

นาด : บทที่ออเขียนเป็นแนวแบบไหน ถูกจัดแสดงแล้วออกมาเป็นยังไงบ้าง ออประทับใจเรื่องไหน ลองยกมาเป็นตัวอย่างสักเรื่อง
อรดา : มันมีการพัฒนามาหลายเฟส คืออาจารย์ของอออสจาย์ฮาเวิร์ดนี่เค้าไม่สอนแบบให้สตรัคเจอร์ แต่ให้เราเขียนเอง ตอนแรกๆมันจะออกแนวโรแมนติคคอมเมดี้หน่อย แต่จริงๆแล้วเราชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิญญาณ พอบทละครเรื่องที่สองสามมันก็เลยเป็นตัวละครที่ไม่ใช่คน มันเริ่มเป็นวิญญาณ มันเป็นสัญลักษณ์ หรือตัวละครหลังความตาย ก็ถูกจัดแสดงในมหาวิทยาลัย และในเฟสติวัล เช่น One Act Play Festival ทำนองนั้น ที่อเมริกามันจะมีเฟสติวัลต่างๆเยอะมาก ก็จะได้เลือกไปลง



นาด : แล้วฟีตแบ็คจากผู้ชม และผู้กำกับที่ทำงานจากบทของออเป็นยังไงบ้าง
อรดา : คนดูส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งน่ะ คนดูเค้าก็ชอบ เค้าว่ามันแปลกดี ตอนที่ไปเรียน ป.เอก ก็เริ่มพัฒนาสไตล์ของเราไปเรื่อยๆ ส่งไปเฟสต่างๆก็จะได้รับเลือกให้เล่น

นาด : นอกจากละครสั้นแล้ว อรดาได้เขียนบทละครยาวๆแบบชั่วโมงหรือชั่วโมครึ่งบ้างไหม
อรดา : มีค่ะ ตอนนี้มีสามเรื่อง แต่บทละครยาวนี้ยังไม่เคยถูกจัดแสดงในบ้านเรา

นาด : งั้นถามถึงละครสั้นของออสองเรื่องที่จัดแสดงในบ้านเราแล้ว คือ A Love Song และ หญิงสาวกับดวงดาว ว่าเป็นอย่างไรบ้างในความรู้สึกของออ เมื่อเห็นการตีความของผู้กำกับผ่านการจัดแสดง
อรดา : อย่างแรกเลยออเขียนบทเป็นภาษาอังกฤษ พอเอามาทำในบ้านเรา ก็ต้องแปลเป็นภาษาไทย ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันไม่เหมือนกัน แล้วตอนเป็นบทภาษาอังกฤษมันมีเมโลดี้ของมันอยู่ พอแปลเป็นภาษาไทย บางอย่างมันก็หายไปและบางอย่างมันก็เพิ่มเข้ามา มันก็เลย... คือตอนแรกรู้สึกแปลกๆ ตอนแรกก็พยายามจะแปลภาษาไทยให้เหมือนภาษาอังกฤษที่สุด แต่ไปๆมาๆคือ ตอนมาทำโปรเจค ¼ นี้เลยล่ะ ถึงรู้ว่าบางทีมันอาจจะไม่เวริ์คเท่าไหร่ เพราะมันเป็นละครพูดมันไม่ใช่วรรณกรรมที่เขียนติดอยู่บนแผ่นกระดาษเท่านั้น

นาด : นอกจากเรื่องของภาษาล่ะ ออรู้สึกอย่างไรที่เห็น หญิงสาวกับดวงดาว จัดแสดงใน Page 2 Stage และ A Love Song ที่ถูกนำเสนอในงาน 10 Minute Play
อรดา : ก็รู้สึกอยู่แล้วล่ะว่ามันก็ต้องออกมาเป็นแนวสไตไลซ์ เป็นอะไรทำนองนี้ ตอนที่จัดแสดงที่อเมริกาก็ออกมาแนวสไลซ์อยู่แล้ว มันก็จะไม่ค่อยแตกต่างอะไรมาก

นาด : ตอนแรกที่เราเริ่มคุยกันว่าเราจะเอาบทละครสั้นทั้ง 4 เรื่องของออมาทำโปรเจค ¼ ประกอบไปด้วยเรื่อง “นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก” กำกับโดย เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ “สายน้ำกับสายลม” กำกับโดย สุกัญยา เพี้ยนศรี “เสียงสะท้อนจากความเงียบ” และ “ที่พักใจ” กำกับโดย ศิริธร ศิริวรรณ กับโปรเจคนี้ออคิดอะไรหรือคาดหวังอะไรไว้บ้าง หรืออยากจะเห็นอะไร
อรดา : ก็อยากจะเห็นว่ามันจะเป็นยังไง คือบางเรื่องนี่เคยแสดงที่โน่นแล้ว เรื่อง Let Me Hear Your Voice (หรือ เสียงในความเงียบ ที่ครั้งนี้ปุ๋ยกำกับ) แสดงสองครั้งแล้ว และก็ไม่เวริ์คทั้งสองครั้ง อ้อ แล้วก็อีกเรื่องคือ Sanctuary (ที่พักใจ ที่ครั้งนี้น้องอิงอิงกำกับ)

นาด : ทำไมล่ะ อะไรที่ไม่เวริ์ค
อรดา : Let Me Hear Your Voice ตอนที่ถูกจัดแสดงที่โน่น นักแสดงลืมบท พอขึ้นต้นแล้วก็ลงจบไปเลย (เสียงหัวเราะ) จริงๆ เพราะบทมันจะเป็นแบบพูดวนๆ ดังนั้นบทตรงกลางมันเลยหายไป แล้วตอนนั้นก็แสดงในเฟสติวัล เราก็เลยทุกข์ระทมมาก

นาด : แสดงในเฟสติวัลอะไร
อรดา : เป็นเฟสชื่อ 24 Hour Festival ที่เท็กซัส แล้วออก็ไม่รู้ว่าผู้กำกับตีความอะไรกันแน่ ความหมายที่มันอยู่ในบทมันหายไปหมดเลย เค้าไม่สนใจเลย แล้วต่อมาก็ได้รับเลือกไปใน Mid America Theatre Conference เป็นการประชุมทางวิชาการละคร แบบรวมทุกอย่างเลย ไม่ใช่แค่เรื่องบทอย่างเดียว บทเรื่อง Let Me Hear Your Voice ก็ได้จัดอ่านแบบอ่านบทละครแล้วปรากฏว่ามันเวริ์ค แล้วก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่มาร่วมประชุมเค้าชอบบท ก็เลยขอบทออไปทำที่ด๊านซ์คอมปานีของเขาที่วิสคอนซิล แต่อันนั้นเป็นแบบด๊านซ์มูฟเม้นท์ เราก็เลยอยากรู้ว่าถ้าบทได้ผู้กำกับมาทำงานกับมันจริงๆแล้วมันจะเป็นยังไง ส่วนเรื่อง Sanctuary ก็แสดงใน One Act Play Festival ที่เท็กซัส มันก็เวริ์คตามบทของมัน ผู้กำกับก็ตีความตามบทค่อนข้างเป๊ะ ไดเรคชั่นเค้าจะแตกต่างจากน้องอิงอิงที่ทำในครั้งนี้ คือเค้ามีเตียง อยู่ตรงกลาง แล้วก็มีเก้าอี้สองตัว คือมันเหมือนกับว่าคนคู่นี้เค้าแชร์สเปซกัน แต่ว่าเค้าไม่พูดคุยกัน

นาด : แล้วมาครั้งนี้ล่ะ ออคาดหวังอะไร หรือไม่คาดหวัง
อรดา : ไม่ถึงกับคาดหวังแต่อยากเห็นว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แล้วเท่าที่ได้ดูแล้ว ออเห็นว่ามันมีความ real และก็การนำเสนอการใช้พื้นที่เวทีของครั้งนี้มีการใช้เยอะกว่า ตอนที่จัดแสดงที่โน่นฝรั่งเค้าจะตามบทเป๊ะๆเลย บทมีอะไรก็มีแค่นั้น แล้วตัวละครก็แค่เดินๆ มีแค่นั้น แต่ครั้งนี้ในโปรเจคนี้ แต่ละเรื่องตัวละครมีอะให้ทำเยอะกว่า และก็เห็นการตีความข้างในเยอะกว่าเราจะเห็นได้จากรีแอคชั่นของตัวละคร


นาด : งั้นเราขอถามต่อเลยดีกว่า ว่าทั้งสี่เรื่องที่ออได้ดูซ้อมไปบ้างแล้วนี่ ออเห็นอะไรบ้างในแต่ลละเรื่อง
อรดา : ขอพูดถึง “สายน้ำกับสายลม” ก่อนเพราะเรื่องนี้ไม่เห็นเพราะออเล่นเอง แต่เท่าที่รู้สึกคือ มันเป็นภาพมาก มันเหมือน stage composition มากเลย คือเราเล่นเองถึงรู้ว่ามีการวางภาพไว้ และเป็น moment แต่ละ moment แล้วก็มีการเข้าออกโลกแห่งความจริงและโลกในความคิด ที่มันจะอยู่ด้วยกันบางทีมันก็ซ้อนๆกัน
ส่วน “นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก” ก็เห็นการตีความแบบใหม่ที่เป็นโลกหลังความตาย ซึ่งแตกต่างจากเราที่ไม่คิดว่ามันเป็นโลกหลังความตาย แต่ที่จากได้เห็นการซ้อมเรื่องของเบญจ์และปุ๋ยก็รู้สึกดีและแปลกใจในทางที่ดีที่ว่า ผู้กำกับนักแสดงใช้คำพูดของเราทุกคำแต่มันกลายเป็นเรื่องอื่น(ที่ไม่เหมือนเราคิดไว้)ได้ด้วย ซึ่งรู้สึกมหัศจรรย์ (อีกแล้ว) นี่คือสองเรื่องที่เห็นชัดมาก มีคนเคยบอกว่า อ้อ พี่ภาส (อ.ภาสกร อินทุมาร) นี่ล่ะ เคยบอกว่าบทของออมันมีเอกลักษณ์มาก ใครทำบทออมันก็จะออกมาเป็นบทของออ แต่พอมาดูเรื่อง “เสียงในความเงียบ” ที่ปุ๋ยกำกับ ออมีความรู้สึกว่ามีความเป็นบทของออและมีความเป็นตัวของปุ๋ยเด่นชัดมาก




ส่วนเรื่อง “ที่พักใจ” ที่อิงอิงกำกับ ที่เห็นจากการซ้อมก็จะชอบแต่ละแอ็คชั่นของนักแสดง หรือ business บนเวทีมันมีความหมายมาก เราเห็นแบ็คกราวด์ตัวละครที่มีเยอะมากกว่าที่เราให้ไว้แล้วมันเห็นได้ชัดจากการดูซ้อม

นาด : เอาล่ะ เราก็คงต้องมาคอยรอดูกันว่ามันจะเป็นยังไงกันแน่เมื่อซ้อมเสร็จทั้งกระบวนการและเสนอต่อหน้าผู้ชม เราจะมีรอบการพูดคุยกับแขกพิเศษและผู้ชมด้วยสองรอบ เราน่าจะได้เสียงสะท้อนและมุมมองต่างเพิ่มอีก น่าตื่นเต้นเน๊าะ

หากผู้ชมสนใจติดตามชมละครสั้นสี่เรื่องของ “โปรเจค ¼ เส้นทางระหว่างเขาและเธอ” ได้ที่โรงละครพระจันทร์เสี้ยว โรงละครขนาดมินิ 30 ที่นั่ง อยู่ในอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซ.ทองหล่อ แสดงวันที่ 23-26 และ 30-31 พ.ค. และ 1-2 มิ.ย. รอบเวลา 19.30 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 081 929 4246 และ 084 174 2729 หรือ
https://www.facebook.com/CrescentMoonTheatre