welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers
Showing posts with label นพพันธ์ บุญใหญ่. Show all posts
Showing posts with label นพพันธ์ บุญใหญ่. Show all posts

Wednesday, 5 January 2011

Artist profile - นพพันธ์ บุญใหญ่


นพพันธ์ บุญใหญ่ – Sound Design
จากเรื่อง Grey Area ที่นพพันธ์ได้ร่วมงานกับดุจดาวเมื่อต้นปี 2010 นัก แสดงมากความสามารถ ผู้กำกับฯ ที่น่าติดตาม และนักเขียนบทที่ลุ่มลึกคนนี้จะมาทำอะไรในส่วนของการออกแบบเสียงใน โปรดักชั่นนี้ น่าสนใจที่สุดวยมุมมองแปลกใหม่ต่อเรื่องใกล้ตัวที่นพ...พันธ์มักนำมาเรียงร้อย ผ่านผลงานเวที เช่น ดอกไม้ในแสงแดด Welcome to Nothing ฝากหัวใจไว้ที่อุบล และล่าสุด เด๊ดสะมอเร่ ทำให้หลายคนตั้งตารอผลงานชิ้นต่อๆ ไปของเขาอย่างใจจดใจจ่อ

Nophand Boonyai– Sound Design
Nophand is a multitalented actor, playwright, director and designer. His previous collaboration with Dujdao took place in 2010, where they performed and designed “Grey Area” together. He is perhaps best known for his play “Sunflower,” which received an award from the Bangkok Theatre Festival 2008. His other directing, design, and performance credits include “Welcome to nothing”, “The Adventures of Captain Dan”, “Signs and Gestures”, “The world according to Farida and Damkerng”, and “Deadsamore.”

Sunday, 25 January 2009

นพพันธ์กับวันของละครเวที


เก็บข่าวจากนิตยสาร Happening ประจำเดือนมกราคมนี้มาให้อ่านกัน ในฉบับนี้มีคอลัมน์ A Year in their Lives สัมภาษณ์คนดังหลายๆคน หนึ่งในนั้นก็มีคนละครเวทีรวมอยู่ด้วย คือ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ ปีที่ผ่านมาเขาทำละคร 3 เรื่อง และแสดงที่ Crescent Moon Space ทั้งสามเรื่อง จนใครหลายๆคนเข้าใจว่าเขาจะยึดพระจันทร์เสี้ยวการละคร เคยถามเขา เขาบอกว่าชอบพื้นที่ในโรงละครเล็กๆแห่งนี้ มันทำให้เขาคิดอะไรได้หลายๆอย่าง อ้นเคยร่วมงานกับพระจันทร์เสี้ยวใน “Antigone” และ “ความฝันกลางเดือนหนาว” ในปี 2549 และล่าสุดมาร่วมวาดภาพเขียนทรายใน “หยดน้ำตาในทะเล” งานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน และจะมาร่วมโครงการ อ่าน(เรื่อง)รัก ในเดือนหน้านี้ ตอนนี้มาลองอ่านบทสัมภาษณ์เขากันว่าปีที่แล้วในความคิดเขาเป็นอย่างไรบ้าง

นพพันธ์กับวันของละครเวที
โดย วิภว์ บูรพาเดชะ
จากนิตยาสาร Happening ประจำเดือนมกราคม 2552



แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการละครเวทีไม่นานแต่ในช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่ ก็น่าจะเป็นคนละครที่ขยันที่สุดแล้ว เพราะเขาทำละครเองถึง 3 เรื่อง (เรื่องแรกยังถูกนำกลับมาเล่นซ้ำในเทศกาลละครกรุงเทพ 2551) และยังไม่นับที่เขาไปร่วมเล่นละครเวทีกับใครต่อใครอีกหลายเรื่อง

ละครของนพพันธ์จัดแสดงในโรงละครเล็กๆอย่าง Crescent Moon Space เป็นหลัก เป็นละครเวทีที่ดูง่าย ยิ่งสองเรื่องหลังเข้าขั้นสนุกสุดเหวี่ยง แต่ทุกเรื่องก็มีความแตกต่างกันอยู่ จากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนใน ดอกไม้ในแสงแดด มาสู่ละครเวทีแนวทดลองกวนๆ ชื่อ Welcome to Nothing และต่อด้วยงานฟีลกู๊ดเรื่องของเด็กชายช่างฝันที่ต้องเดินทางไปอยู่กับครอบครัวแปลกๆที่ต่างจังหวัดใน ฝากหัวใจไว้ที่อุบล แต่ในความต่างก็มีความห่ามเล็กๆ และพยายามทดลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ จนทำใหใครหลายคนกลายเป็นแฟนประจำของนพพันธ์ไปแล้ว

“ผมแค่คิดว่า ถ้าเราไม่ทำละครเวทีแล้วจะทำอะไร มีวัตถุดิบอยู่แล้วบทก็เขียนไว้แล้ว ตัวแสดงก็มี”
อ้นอธิบายที่มาของความขยัน “ผมไม่ได้เร่งตัวเองให้ทำ แต่ผมชอบทำงานกับเพื่อน ชอบตอนซ้อมที่หัวเราะขำกัน ชอบที่มีภาพในหัวว่า คนดูเขาจะเห็นฉากนี้อย่างนี้มันน่าจะขำดี หรือมันน่าจะเหี้ยดีนะ แม้แต่ตอนนั่งทำโปสเตอร์ผมก็ชอบ คือ ผมชอบทุกๆขั้นตอนของละครเวทีเลยนะครับ” เขาหัวเราะขำ “ทำละครมันสนุกจริงๆ แต่ปีนี้ผมได้เรียนรู้ชีวิตด้วย รู้นิสัยคน เรียนรู้ตัวเองด้วย เห็นตัวเองในงาน เห็นตัวเองในการดีลกับคน รู้ว่าเรายังควบคุมตัวเองไม่ได้ในบางเรื่อง แล้วก็ได้รู้ว่าเครียดไปก็ไม่ดี ก็เริ่มไม่ยึดติดนะ”

ปีที่ผ่านมาทำให้อดีตกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่เคยเป็นดาราหนังคนนี้ได้เรียนรู้มาเยอะแล้ว ในปี 2552 อ้นเลยตั้งใจจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เขาน่าจะมีโครงการแปลกๆอย่างงานวิดิโอหรือหนังสั้นมาให้เราดู แต่แน่นอน สิ่งที่อ้นทิ้งไม่ได้แน่ๆก็คือสิ่งที่ทำให้เขารู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น-ละครเวที

ตอนนี้เขากำลังคิดงานใหม่ๆที่น่าจะจัดแวดงในปีนี้ แต่ที่แน่ๆเขาจะแสดงเดี่ยวครั้งแรก ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ใน H-A-M-L-E-T: The Techno Drama เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับ New Theatre Society กำกับโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ โปรดติดตามกันต่อที่นี่ Crescent Moon Space