welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers
Showing posts with label อ่านบทละคร. Show all posts
Showing posts with label อ่านบทละคร. Show all posts

Sunday, 31 October 2010

รวมภาพ "อ่านสังคม"

รวมภาพถ่าย
อ่านบทละคร : อ่านสังคม
ภาพโดย ชลันดา และ จีรณัทย์


บรรยากาศพูดคุยก่อนเริ่มอ่าน











ช่อลดา สุริยะโยธิน
อ่านเรื่อง “เงาแห่งยุคหิน” (Shadows of the Neanderthal เขียนโดย David Hutchens) แปลโดย ดร.มนต์ชัย พินิจสมุทร และ กุลชรี ตัณศุภผล



สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล
อ่านเรื่อง “โลกสันติภาพ”





กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์
อ่านเรื่อง “เพลงชาติไทย” จากหนังสือ เราหลงลืมอะไรบางอย่างไป ของ วัชระ สัจจะสารสิน





วิชญ์พล ดิลกสัมพันธ์
อ่านเรื่อง “จิ้งหรีดแห่งเมืองสีเทา” ของ ตรัย ภูมิรัตน์






กรินทร์ ใบไพศาล
อ่านเรื่อง “แรด” (จากบทละคร Rhinoceros เขียนโดย Eugene Ionesco)




รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ
อ่านเรื่อง “วันที่สหายพายุกลับบ้าน” จากบทละครเขียนโดย รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ





กวินธร แสงสาคร
อ่านเรื่อง “นักเลงเฟือง” จากหนังสือเรื่อง เดินอย่างปุ๊ ของ ปุ๊ กรุงเกษม และ เส้นทางมาเฟีย ของ สุริยันต์ ศักดิ์ไธสง




สินีนาฏ เกษประไพ
อ่านเรื่อง “ชั้นที่ 7” บทละครโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี






บรรยากาศหลังการอ่าน












พบกับโครงการอ่านบทละครได้ใหม่ปีหน้า...


Friday, 15 October 2010

ใครบ้างที่จะมาอ่านสังคม

โครงการอ่านบทละคร - อ่านสังคม


ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เรามีนักทำละครมาร่วมอ่านทั้งหมด 8 เรื่อง ขอแนะนำ 4 คนแรกกันก่อนเลย




กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์
อ่านเรื่อง “เพลงชาติไทย” จากหนังสือ เราหลงลืมอะไรบางอย่างไป ของ วัชระ สัจจะสารสิน


วิชญ์พล ดิลกสัมพันธ์
อ่านเรื่อง “จิ้งหรีดแห่งเมืองสีเทา” ของ ตรัย ภูมิรัตน์



กวินธร แสงสาคร
อ่านเรื่อง “นักเลงเฟือง” จากหนังสือเรื่อง เดินอย่างปุ๊ ของ ปุ๊ กรุงเกษม และ เส้นทางมาเฟีย ของ สุริยันต์ ศักดิ์ไธสง


สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล
อ่านเรื่อง “โลกสันติภาพ”

ช่อลดา สุริยะโยธิน
อ่านเรื่อง “เงาแห่งยุคหิน” (Shadows of the Neanderthal เขียนโดย David Hutchens) แปลโดย ดร.มนต์ชัย พินิจสมุทร และ กุลชรี ตัณศุภผล


กรินทร์ ใบไพศาล
อ่านเรื่อง “แรด” (จากบทละคร Rhinoceros เขียนโดย Eugene Ionesco)

สินีนาฏ เกษประไพ
อ่านเรื่อง “ชั้นที่ 7” บทละครโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี

รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ
อ่านเรื่อง “วันที่สหายพายุกลับบ้าน” จากบทละครเขียนโดย รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ


Wednesday, 3 March 2010

1st Meeting อ่านผู้หญิง

อ่านผู้หญิงกับการเจอกันครั้งแรก

โครงการแรกในปีนี้ของละครโรงเล็ก Crescent Moon space เพื่อเป็นการร่วมฉลองเดือนของผู้หญิง เราจึงเปิดเวทีพูดถึงเรื่องราวแบบหญิงๆในมุมองของนักทำละครเวทีผู้หญิงสิบคนที่เลือกหยิบหนังสือเล่มโปรดกับตัวละครผู้หญิงที่พวกเธอสนใจนำมาเล่าด้วยการแสดงอ่านบทละคร ในวันเสาร์อาทิตย์ที่ 13-14 นี้


เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา เรานัดคุยกันแบบเจอตัวกันครั้งแรกของพวกเธอ กับการพูดคุยว่าใครจะอ่านอะไร ใน “อ่านผู้หญิง” ซึ่งเราจะยังไม่เปิดเผยในตอนนี้ แต่นำรูปหน้าตาของแต่ละคนมาให้ดูกันก่อนว่ามีใครกันบ้าง

แล้วพบกับรายละเอียดที่จะค่อยๆเปิดออกมาอีกไม่นานนี้

Thursday, 11 February 2010

โครงการอ่านบทละคร ครั้งที่ 3


พระจันทร์เสี้ยวการละคร ภูมิใจเสนอ
โครงการอ่านบทละคร

อ่านผู้หญิง

ชมการอ่านบทละครเรื่องของผู้หญิงโดยผู้หญิงนักการละคร
ปัณณทัต โพธิเวชกุล, จารุนันท์ พันธชาติ, ภาวิณี สมรรคบุตร, ฟารีดา จิราพันธุ์, นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ,ปอรรัชม์ ยอดเณร, ปานรัตน กริชชาญชัย, อรุณโรจน์ ถมมา, สุกัญญา เพี้ยนศรี, สินีนาฏ เกษประไพ

จัดแสดง วันที่ 13-14 มีนาคม 2553
เวลา 15.00 และ 19.30 น.

@ Crescent Moon Space
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ (BTS ทองหล่อ)

ชมฟรีไม่เก็บบัตร
สำรองที่นั่ง (รอบละ 40 ที่นั่ง)


โทร 083 995 6040, 081 259 6906
www.crescentmoontheatre.com

Saturday, 21 November 2009

เก็บตกข่าว อ่านสันติภาพ

อ่านสันติภาพ

ในมุมมองของนักการละคร


โดย : คุณหนอนฝึกหัด


“ไม่มีสุ้มเสียงจากหนังสือ...

นอกเสียจากความอึกทึกทางปัญญา”


บ้างก็ว่าเป็นไปเพื่อยุติความขัดแย้ง บ้างก็เพื่อผลประโยชน์ บ้างก็ว่าเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ฯลฯ ก่อเกิดความพยายามที่จะหาจุดร่วมมิรู้จุดจบ

แต่แท้ที่จริงแล้ว 'สันติภาพ' คืออะไร...

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 'พระจันทร์เสี้ยวการละคร' ภูมิใจเสนอ โครงการอ่านบทละคร อ่านสันติภาพ การแสดงอ่านบทละครจากมุมมองของนักการละครที่ร่วมใจมาแสดงในงานศิลปะกับสังคม 'อภิวัฒน์สู่สันติ' ในวาระครบรอบ 110 ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ณ Crescent Moon Space สถาบันปรีดี พนมยงค์

บทละครที่นำมาใช้แสดงในครั้งนี้ คัดสรรมาทั้งจากงานวรรณกรรมที่เป็นบทกวีหรือเรื่องสั้น บทเพลงในภาพยนตร์ คำสอนทางศาสนา ฯลฯ รวมทั้งหมด 12 เรื่อง ได้แก่ แพะในหมู่บ้าน โดย สายฟ้า ตันธนา, You Must Love Me โดย วสุรชต อุณาพรหม, จานบิน โดย วรัญญู อินทรกำแหง, นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน โดย ผดุงพงศ์ ประสาททอง, อัสลาม โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ และคอลิด มิดำ, Einstein quotes โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์, บ้านที่แท้จริง โดย จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และประภัสสร จันทร์สถิตพร, ข่าวที่บรรณาธิการขว้างทิ้ง โดย วิชย อาทมาท, วันหนึ่งในคืนฤดูหนาว โดย สุกัญญา เพี้ยนศรี, เพชรฆาต โดย ภาวิณี สมรรคบุตร, ฝูงมนุษย์ โดย ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ และ ความว่าง โดย กมลภัทร อินทรสร

ก่อนการแสดงเริ่ม สินีนาฏ เกษประไพ นักการละครและผู้กำกับจากกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวการละคร เกริ่นถึงการอ่านบทละครว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญเวลาที่ต้องจัดทำหรือซ้อมละครเรื่องหนึ่งๆ หลายต่อหลายครั้งต้องอาศัยการเคลื่อนไหว การเดิน เพื่อส่งพลังให้ผู้ชมรับรู้ถึงความหมาย และมีความรู้สึกร่วมไปด้วย เธอกล่าวต่อไปว่าในตอนแรกที่เอ่ยชวนเพื่อนพี่น้องในวงการการละครมาอ่านสันติภาพนั้น ยังมีความกังวลว่าจะมีใครตอบรับมาร่วมแสดงด้วยหรือไม่ เพราะคำว่าสันติภาพนี้ดูจะเป็นเรื่องไกลเกินตัวเราอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมีการตอบรับและซ้อมบทละครร่วมกัน จึงเห็นว่าจริงๆ แล้วแต่ละคนต่างก็ตีความของคำว่า 'สันติภาพ' ออกมาได้หลากหลายมุม...

บ้านที่แท้จริง

"ถึงแม้ว่าไฟมันจะไหม้บ้านของเราก็ตาม ถึงแม้ว่าน้ำมันจะท่วมบ้านของเราก็ตาม อย่าให้มันไหม้หัวใจของเรา อย่าให้มันท่วมหัวใจของเรา"

การผสมผสานหนังสือธรรมะของหลวงพ่อชา สุภทฺโท และหนังสือสนทนาธรรมของท่าน ปสนฺโน ภิกขุ บอกเล่าเรื่องราวของ 'เจ-จาตุรันต์ ศิริพงษ์' นักโทษประหารคนไทยในสหรัฐ ที่ถูกจับเมื่อปี 2526 ด้วยข้อหาปล้นร้านการ์เด็น โกรฟ มาร์เก็ต (Garden Grove Market) และฆ่าเจ้าของร้านและผู้ช่วย เจรับสารภาพว่าร่วมในการปล้นแต่ไม่ได้ฆ่า แต่เนื่องจากเขาไม่ยอมซัดทอดผู้อื่น ศาลจึงพิพากษาและตัดสินประหารชีวิต ตลอดระยะเวลา 16 ปีในความพยายามยื่นเรื่องอุทธรณ์เพื่อให้ศาลกลับคำตัดสิน แต่ในที่สุดการประหารก็ถูกกำหนดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542

ก่อนถึงวันประหาร 6 วัน เพื่อนซึ่งเป็นทนายความของเจได้ติดต่อขอความอนุเคราะห์ไปยังวัดป่าอภัยคีรี เมืองซานฟรานซิสโก เพื่อให้เจมีโอกาสได้พบกับชาวพุทธซึ่งสามารถจะเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเขาได้ สองวันต่อมาพระอาจารย์ปสนฺโน เจ้าอาวาสวัดป่าอภัยคีรี ก็ได้เข้าเยี่ยมและอบรมกรรมฐานให้กับเจ ในเรือนจำซาน เควนติน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

"...ตลอดเวลานับตั้งแต่อาตมาได้พบเจ จนกระทั่งถึงวันประหารเป็นเวลาสามวันนี้ อาตมาได้ตอบข้อสงสัย ข้อข้องใจของเจ โดยเฉพาะเรื่องอนัตตา เรื่องขันธ์ 5 และการปล่อยวาง และในคืนสุดท้าย อาตมาก็ได้ฝึกเขาในการทำจิตให้มั่นคง พร้อมที่จะรับความตายโดยไม่หวั่นไหว

...เรายังได้พูดถึงการปล่อยวาง ในความหมายที่เชื่อมโยงถึงการ 'การให้อภัย' และ 'อนัตตา' ถ้าเราไม่ให้อภัยคือเรายังยึดทุกข์ไว้ เราก็จะสร้างตัวตนขึ้นบนความทุกข์เรื่อยไป ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเกิดมีตัวตนขึ้นเมื่อไร ทุกข์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น มันเกี่ยวพันกันอยู่อย่างนี้ ถึงตอนนี้แล้วอาตมาก็ถามเจขึ้นมาว่า 'ยังมีใครอีกบ้าง ที่เจยังไม่ได้ให้อภัย' เจนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบค่อยๆ ว่า 'ผมยังไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้หมดใจ'

...พิธีศพมีอย่างเงียบๆ ในวันรุ่งขึ้น ทางเรือนจำนำศพเจใส่ไว้ในกล่องกระดาษ ก่อนหน้านั้นพี่สาวของเจขอดูศพ แต่ไม่ได้รับอนุญาตอาตมาไม่ทราบเรื่องนี้เลย จึงไปขอผู้อำนวยการเปิดฝากล่อง ศพของเจเปรียบได้กับครูกรรมฐานที่ให้แรงบันดาลใจอย่างมาก ใบหน้าของเขาดูสงบ ผ่องใส คล้ายมีรอยยิ้มจางๆ หลังจากประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว อาตมามั่นใจว่าเจไปดี"

อาจารย์กอล์ฟหรือ จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ ให้เหตุผลที่เลือกเรื่องนี้มาอ่านบทละครว่า "ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับคำชวนให้มาอ่านสันติภาพก็นึกถึงหนังสือสองเล่มนี้ขึ้นมา เพราะปกติก็จะอ่านอยู่เสมอๆ เวลาที่มีความร้อนอยู่ในจิตใจหรือว่าภายในใจมันมีเรื่องเศร้าหมอง ทีนี้เวลาเราพูดถึงสันติภาพกัน เรามักจะพูดกันถึงแต่เรื่องใหญ่ๆ เลยอยากให้ลองกลับมาดูเรื่องของสันติภาพในใจว่ามันต้องเริ่มจากตัวของเรากันเองก่อน สมมติว่าจะทำอะไรบางอย่างเพื่อสังคม ถ้าเราไม่เย็นเองก่อนแล้ว สังคมก็จะเย็นตามไปด้วยไม่ได้"

และอีกนานาทัศนะของนักการละครที่ตีความถึงสันติภาพในความเห็นของตน เช่น วสุรัชต อุณาพรหม ที่เลือกสะท้อนสันติภาพผ่านบทเพลง 'You must love me' ในละครเรื่อง Evita ซึ่งเป็นบทเพลงที่สะท้อนถึงความคิดภายใน ความทรงจำ ความทะเยอทะยานที่จะมีชีวิตอยู่ โดยปรารถนาที่จะเป็นที่รักของอีวา เปรอง

เขาให้เหตุผลที่เลือกนำเสนอบทเพลงนี้ว่าจริงๆ แล้วใครฟัง you must love me ก็คงบอกว่าเป็นเพลงที่เพราะและน่าสงสาร แต่ตอนที่เขาพรินท์เนื้อออกมานั่งอ่าน เขากลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ในบทเพลงนี้เยอะมาก

"หลวงวิจิตรวาทการบอกไว้ว่าละครมันสร้างชาติ ...คือนักการเมืองมักจะใช้สื่อเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ภาพที่เขาปรากฏ และเห็นทางจอทีวีหรือหนังสือพิมพ์นี้ จริงๆ แล้วไม่รู้ว่าเป็นตัวที่สร้างสันติภาพหรือทำลายสันติภาพ ตัวนักการเมือง ผู้นำ หรือตัวใครก็ตาม ผมว่าเขามีภาพเหมือนคาแรคเตอร์ในเรื่องนี้ คือเขาจะต้องรู้ตัวว่าตัวเองต้องทำยังไง ต้องมีนักสร้างสื่อที่รู้ว่าจะจับโมเมนต์หรือช่วงเวลาใดของเขาออกสู่ประชาชน"

เมื่อการอ่านบทละครสิ้นสุดลงในวันนั้น หลากความเห็นที่สะท้อนออกมาผ่านเรื่องเล่าเพื่อสื่อถึงคำว่า 'สันติภาพ' อาจไม่มีอะไรมากเกินไปกว่าให้เราหยุดพิจารณาถึงความหมายและวิธีการซึ่งแสดงออกถึงสันติภาพอีกครั้งว่า... จริงๆ แล้วอะไรคือสันติภาพอย่างแท้จริง...


ข้อมูลจาก
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วรรณกรรม ฉบับ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552

ภาพถ่ายจาก
พระจันทร์เสี้ยวการละคร
ถ่ายโดย: ไผ่


Tuesday, 20 October 2009

อ่านสันติภาพ ในข่าวเช้า

เมื่อวานตอนเช้าเราไปให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ “อ่านสันติภาพ” ที่ข่าวเช้า ของทีวีไทยมา เปิดด้วยตัวอย่างการอ่าน “ความว่าง” โดย กมลภัทร อินสร และ ภูมิฐาน ศรีนาคจากคำท่านพุทธทาส และ บทกวีของ Nazim Hikmet ชื่อ “I Come and Stand at Every Door”

.....

ธรรมชาติเป็นหัวใจ

ไม่มีครู หรือชั้นเรียนที่ไหนที่ดีไปกว่าธรรมชาติเอง


“ใบไม้แห้ง เป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึง จิตที่ไม่มีตัวกูของกู”
ที่นี่ ต้นไม้ก็พูดได้ ก้อนหินก็พูดได้
เม็ดกรวด หรือ มด แมลงอะไรต่างก็พูดได้


I come and stand at every door.
But no one hear my silent tread
I knock and yet remain unseen
For I am dead, For I am dead.

.....

ยกมาเป็นตัวอย่างสั้นๆ มาดูเต็มๆกันได้ในวันเสาร์ อาทิตย์นี้ หลังจากนั้นเป็นการพูดคุย โดยมีพิธีกร คุณอาร์ต พานิชนาฏ การสัมภาษณ์ สินีนาฏ และ กมลภัทร ว่าทำไมถึงจัดงาน อ่านสันติภาพ และการอ่านบทละครครั้งนี้น่าสนใจตรงไหน

เอาเป็นว่าต้องมาดูเองแล้วล่ะว่าน่าสนใจตรงไหน แล้วเรามาคุยกัน



Sunday, 18 October 2009

รอบการอ่านบทละคร “อ่านสันติภาพ”


ใครอยู่รอบไหนกันบ้างใน
"อ่านสันติภาพ"

มาแล้วโปรแกมการอ่าน มาตามดู ตามมาจองที่นั่งกันได้



วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2552 (รอบเวลา 13.00 น.)

1. “แพะในหมู่บ้าน” โดย สายฟ้า ตันธนา (คาดว่า 15 นาที)
2. “You Must Love Me” โดย วสุรชต อุณาพรหม (คาดว่า 15 นาที)
3. “จานบิน” โดย วรัญญู อินทรกำแหง (คาดว่า 15 นาที)
4. “นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน” โดย ผดุงพงศ์ ประสาททอง (คาดว่า 15 นาที)”
5. “อัสลาม” โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ และ คอลิด มิดำ (คาดว่า 15 นาที)
6. “Einstein quotes” โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ (คาดว่า 15 นาที)

วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2552 (รอบเวลา 15.30 น.)

1. “บ้านที่แท้จริง” โดย จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และ ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร (คาดว่า 15 นาที)
2. “ข่าวที่บรรณาธิการขว้างทิ้ง” โดย วิชย อาทมาท (คาดว่า 15 นาที)
3. “วันหนึ่งในคืนฤดูหนาว” โดย สุกัญญา เพี้ยนศรี (คาดว่า 15 นาที)
4. “เพชรฆาต” โดย ภาวิณี สมรรคบุตร (คาดว่า 15 นาที)
5.”ฝูงมนุษย์” โดย ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ (คาดว่า 15 นาที)
6. “ความว่าง” โดย กมลภัทร อินทรสร (คาดว่า 15 นาที)


วันอาทิตย์ 25 ตุลาคม 2552 (รอบเวลา 13.00 น.)

1. “บ้านที่แท้จริง” โดย จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และ ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร (คาดว่า 15 นาที)
2. “ข่าวที่บรรณาธิการขว้างทิ้ง” โดย วิชย อาทมาท (คาดว่า 15 นาที)
3. “วันหนึ่งในฤดูหนาว” โดย สุกัญญา เพี้ยนศรี (คาดว่า 15 นาที)
4. “เพชรฆาต” โดย ภาวิณี สมรรคบุตร (คาดว่า 15 นาที)
5.”ฝูงมนุษย์” โดย ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ (คาดว่า 15 นาที)
6. “ความว่าง” โดย กมลภัทร อินทรสร (คาดว่า 15 นาที)


วันอาทิตย์ 25 ตุลาคม 2552 (รอบเวลา 15.30 น.)

1. “แพะในหมู่บ้าน” โดย สายฟ้า ตันธนา (คาดว่า 15 นาที)
2. “You Must Love Me” โดย วสุรชต อุณาพรหม (คาดว่า 15 นาที)
3. “จานบิน” โดย วรัญญู อินทรกำแหง (คาดว่า 15 นาที)
4. “นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน” โดย ผดุงพงศ์ ประสาททอง (คาดว่า 15 นาที)
5. “อัสลาม” โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ และ คอลิด มิดำ (คาดว่า 15 นาที)
6. “Einstein quotes” โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ (คาดว่า 15 นาที)

เรื่องที่ถูก อ่าน “อ่านสันติภาพ”

กับทำไมพวกเขาจึงอ่าน


ขอโทษทีที่ให้รอนาน... วันนี้มาแล้วพร้อมกับเรื่องที่พวกเขาเลือกอ่าน ใน "อ่านสันติภาพ" จัดแสดงการอ่านในวันเสาร์-อาทิตย์หน้านี้แล้ว วันละสองรอบ



ดุจดาว วัฒนปกรณ์
นำเสนอการอ่านเรื่อง
จาก Einstein quotes กับบางส่วนมาจากหนังสือชื่อว่า Imagination is more important than knowledge และอีกบางส่วนมาจากการค้นคว้าเองเพิ่มเติม

เลือกเรื่องนี้เพราะ
นักฟิสิกส์ที่เกิดก่อนข้าพเจ้าหนึ่งร้อยปีพอดิบพอดี สามารถแสดงความคิดเกี่ยวกับโลกได้สอดรับกับตัวดิฉันในวิถีปัจจุบันได้อย่างน่าอัศจรรย์ มิน่า เขาถึงเป็นผู้ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพ นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง ประดิษฐ์ ทำให้ดูสวยงามด้วยเทคนิคเชิงศิลป์ หากแต่ ในทรรศนะข้าพเจ้า กระบวนการค้นคว้าและคิดเชิงสร้างสรรค์ทำให้ทรรศนะจริงของนักฟิสิกส์คนนี้มีความสวยงามในตัวของมันเองอย่างหมดจด



จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และ ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร
นำเสนอการอ่านเรื่อง
“บ้านที่แท้จริง” จากหนังสือชื่อเดียวกันของหลวงพ่อชา สุภทโท
เลือกเรื่องนี้เพราะ
ชอบ ในเรื่องนี้พูดถึงการสร้างสันติภาพภายในของมนุษย์ชอบเพราะเชื่อว่าสันติภาพคือธรรมชาติของมนุษย์


วรัญญู อินทรกำแหง
นำเสนอการรอ่านเรื่อง
“จานบิน” Collage ปะติด บทสัมภาษณ์ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา บางตอนจากนวนิยายของทินกร หุตางกูร บทสัมภาษณ์ของ ศ.ดร.นพ. เทพนม เมืองแมน และเอกสารรายงานขององค์กร USO : Universal Spiritual Organization และบทบันทึกจากการเดินทางไปทำบทความสารคดีของหน่วยงานนี้ที่แก่งกระจาน
เลือกเรื่องนี้เพราะ
เกิดจากการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้คน และการทำบทความสารคดี แรงบันดาลใจจากงานเขียนของทินกร หุตางกูร ทำให้อยากนำเสนองานทดลองปะติด บทสัมภาษณ์และบทความสารคดีเข้ากับเรื่องราวในนวนิยาย



วสุรัชต อุณาพรหม
นำเสนอการอ่าน
บทเพลงในละคร West End เรื่อง Evita ซึ่งเป้นบทเพลงที่สะท้อนถึงความคิดภายในและความทรงจำของ อีวา เปรอง ความทะเยอทะยานที่จะมีชีวิตอยู่ และความปรารถนาที่จะเป็นที่รัก You Must Love Me
เลือกเพลงนี้เพราะ
ประโยคนี้คงไม่ใช่เพียง อีวา เท่านั้นที่อยากจะพูดออกมา แต่คงเป็นประโยคที่ทุกๆคนอยากจะบอกและปรารถนาในชีวิต ความปรารถนาในรักซึ่งจะสร้างความสงบ โดยจะนำเสนอการตีความในรูปแบบ Performance and Installation


สุกัญญา เพี้ยนศรี
เสนอการอ่านเรื่อง
"วันหนึ่งในฤดูหนาว ณ สำนักงานป้องกันตนแห่งชาติ” จากรวมเรื่องสั้น “ค่ำคืนนี้” เขียนโดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ
เลือกเรื่องนี้เพราะ
คำว่า“สันติภาพ” เป็นคำที่เหมือนจะเข้าใจง่าย หรืออธิบายได้ แต่ให้รู้สึกลึกซึ้งเท่ากับคนรุ่นก่อนๆก็คงไม่เท่าค่ะ สุก็เลยเลือกเรื่องที่ชอบ เข้าใจง่าย ไม่ใกล้ไม่ไกล เรื่องชู้ๆสาวๆ (เหอๆ) ชอบ..... เรื่องราวของผู้หญิงสองคน กับความขัดแย้งที่บอบบางค่ะ ชอบเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อนมาก เข้าใจง่าย และที่สำคัญมันเป็นเรื่องความขัดแย้งของ “ผู้หญิง”ด้วยกันเอง



วิชย อาทมาท
นำเสนอการอ่านเรื่อง
เรื่องสั้นชื่อ “ข่าวที่บรรณาธิการขว้างทิ้ง” จากหนังสือเรื่อง “เหว่ ...ใครใช้มึงคิดกบฏ” ของ อิศรา อมันตกุล
เลือกเรื่องนี้เพราะ
เป็นเรื่องเล็กๆในสงครามซึ่งคนที่ไม่เห็นกับตาก็จะไม่รู้สึกว่ามันสำคัญ







ฟารีดา จิราพันธุ์ และ คอลิด มิดำ
นำเสนอการอ่าน
“อัสลาม” บทเพลงกับคำทักทายของมุสลิม และ จากบทเพลง Imagine ของ John Lennon
เลือกเพราะ
ชอบเพลงนี้ และคิดว่า Imagine ใกล้กับคำว่าสันติภาพมากๆสันติภาพ
ImagineImagine = Imagine ที่ไม่สิ้นสุด
Imagine ที่ไม่สิ้นสุด = Zero



ผดุงพงศ์ ประสาททอง
นำเสนอเรื่อง
“นางนวล กับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน” ผู้เขียนคือ หลุยส์ เซปุล์เบดา Luis Sepulvedaแปลโดย สถาพร ทิพยศักดิ์ จะนำเนื้อเรื่องมาตัดต่อและเล่าใหม่
เลือกเรื่องนี้เพราะ
พอได้โจทย์เร่องแรกที่ 'ปิ๊งแวบ' เข้ามาให้หัว ก็คือเรื่องนี้ล่ะ






กมลภัทร อินทรสร
นำเสนอเรื่อง
“ความว่าง” จากหนังสือ “ท่านพุทธทาสกับอำนาจวัตถุนิยม” ของท่านพุทธทาส และบทกวี "I Come and Stand at Every Door" ของ Nazim Hikmet กวีชาวตุรกี
เลือกเรื่องนี้เพราะ
ชอบที่ท่านเขียนไว้ในบันทึกว่า “สันติภาพที่แท้จริงนั้น เกิดขึ้นได้ จากความว่าง” พอนึกถึงความว่าง แล้วนึกถึงภาพที่เคลื่อนไหวของธรรมชาติแต่ว่าจับต้องไม่ได้
ลึกลงไป ในจิตตน อันขื่นข้น นอกเหนือสิ่งสำคัญชีวิตขั้นพื้นฐาน คน ต้องการอะไร ตัณหา ราคะ มานะ ถ้าแท้จริง แล้ว ไม่มีอะไรจริงไปกว่า สิ่งสมมติ ที่สร้างและทำลายทุกสิ่ง ความเชื่อว่า มี คือสิ่งลวงตา เพียงเห็นความจริง ว่าไม่มี ความว่าง คือสันติภาพ



ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ
นำเสนอเรื่อง
"ฝูงมนุษย์ กับ Mr. Wing" จากบทประพันธ์ของ คุณช่วง มูลพินิจ – ฝูงมนุษย์ และ Mr. Wing ของ Jimmy Liao
เลือกเพราะ
ฝูงมนุษย์ ฝูงนี้ มีปีกที่จะบิน ... บินไปไหน




สายฟ้า ตันธนา
อ่านเรื่อง
จากเรื่องสั้น เรื่อง "แพะในหมู่บ้าน" ของ วรภ วรภา จากนิตยสารเรื่องสั้นและวรรณกรรมรายสามเดือน "ช่อการะเกด ๔๙" ฉบับเดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๒
เลือกเรื่องนี้เพราะ
ความไม่สงบที่อยู่ภายในใจของผู้หญิงคนหนึ่ง มีทีท่าจะขยายใหญ่กลายเป็นเรื่องของหมู่บ้าน





ภาวิณี สมรรคบุตร
อ่านเรื่องสั้น
“เพชรฆาต” ของ วินทร์ เลียววารินทร์ จากหนังสือรวมเรื่องสั้น สิ่งมีชีวิตที่รียกว่าคน
เลือกเพราะ
เป็นเรื่องที่ประทับใจตอนที่ได้อ่าน ในเรื่องของคนสองคนต่างสถานะแต่มีบางสิ่งบางอย่างอย่างเหมือนกัน




งานนี้ชมฟรีไม่เก็บบัตรสำหรับคนรักละครไม่ควรพลาด
สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ โทร 083 995 6040 และ 081 259 6906
ส่วนรอบการอ่านโปรแกมออกแน่ๆในวันพรุ่งนี้


Sunday, 27 September 2009

โครงการอ่านบทละคร – อ่านสันติภาพ (2)


พวกเขาจะอ่านอะไร?

เราได้รับคำตอบมาแล้ว และเปิดเผยได้แล้วว่า มีหนังสือเล่มไหนบ้างที่พวกเขาจะอ่าน ใน "อ่านสันติภาพ"


ดุจดาว วัฒนปกรณ์
อ่าน "Einstein quotes" กับบางส่วนมาจากหนังสือชื่อว่า Imagination is more important than knowledge และอีกบางส่วนมาจากการค้นคว้าเองเพิ่มเติม

จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และ ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร
อ่าน “บ้านที่แท้จริง” จากหนังสือชื่อเดียวกันของหลวงพ่อชา สุภทโท

วรัญญู อินทรกำแหง
อ่าน บทสัมภาษณ์ของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา บางตอนจากนวนิยายของทินกร หุตางกูร บทสัมภาษณ์ของ ศ.ดร.นพ. เทพนม เมืองแมน และเอกสารรายงานขององค์กร USO : Universal Spiritual Organization และบทบันทึกจากการเดินทางไปทำบทความสารคดีของหน่วยงานนี้ที่แก่งกระจาน

วสุรัชต อุณาพรหม
อ่านบทเพลงในละคร West End เรื่อง Evita ซึ่งเป้นบทเพลงที่สะท้อนถึงความคิดภายในและความทรงจำของ อีวา เปรอง ความทะเยอทะยานที่จะมีชีวิตอยู่ และความปรารถนาที่จะเป็นที่รัก "You Must Love Me"

สุกัญญา เพี้ยนศรี
อ่าน "วันหนึ่งในฤดูหนาว ณ สำนักงานป้องกันตนแห่งชาติ” จากรวมเรื่องสั้น “ค่ำคืนนี้” เขียนโดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ

วิชย อาทมาท
อ่านหนังสือเรื่อง “เหว่ ...ใครใช้มึงคิดกบฏ” ของ อิศรา อมันตกุล เรื่องสั้นชื่อ “ข่าวที่บรรณาธิการขว้างทิ้ง”

ฟารีดา จิราพันธุ์
อ่านเพลง "Imagine" ของ John Lennon

ผดุงพงศ์ ประสาททอง
อ่าน“นางนวล กับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน” ผู้เขียนคือ หลุยส์ เซปุล์เบดา Luis Sepulvedaแปลโดย สถาพร ทิพยศักดิ์ จะนำเนื้อเรื่องมาตัดต่อและเล่าใหม่


กมลภัทร อินทรสร
อ่านหนังสือ “ท่านพุทธทาสกับอำนาจวัตถุนิยม” ของท่านพุทธทาส และบทกวีของ Emily Dickinson

ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ
อ่าน"ฝูงมนุษย์ กับ Mr. Wing" จากบทประพันธ์ของ คุณช่วง มูลพินิจ – ฝูงมนุษย์ และ Mr. Wing ของ Jimmy Liao

สายฟ้า ตันธนา
อ่านเรื่องสั้น เรื่อง "แพะในหมู่บ้าน" ของ วรภ วรภา จากนิตยสารเรื่องสั้นและวรรณกรรมรายสามเดือน "ช่อการะเกด 49" ฉบับเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2552

ภาวิณี สมรรคบุตร
อ่านเรื่องสั้น “เพชรฆาต” จากหนังสือรวมเรื่องสั้น “สิ่งมีชีวิตที่รียกว่าคน” ของ วินทร์ เลียววารินทร์

เตรียมตัวอ่านรอ หรืออาจจะจองที่รอไว้เพื่อให้นักละครมาอ่านให้ฟัง ที่เบอร์ 081 259 6906 และ 083 995 6040

หรือ
email : crescentmoon_theatre@yahoo.com

หรือจองที่นั่งโดยโพสต์คอมเม้นท์ไว้ที่ด้านล่างนี้ได้เลย

Sunday, 20 September 2009

โครงการอ่านบทละคร – อ่านสันติภาพ (1)


จะมีใครมาร่วมแจมในการ ‘อ่านสันติภาพ’ กันบ้าง?

ตอนนี้พระจันทร์เสี้ยวการละครกำลังเตรียมโครงการอ่านบทละคร เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเราได้นักการละครที่สนใจเข้ามาร่วมแจมกับเราทั้งหมด 13 คน จะมีชิ้นการแสดง ‘อ่านบทละคร’ ทั้งหมด 12 ชิ้น จากหนังสือหลายเรื่อง ทั้งจากเรื่องสั้น สารคดี หนังสือธรรมะ บทความ บทกวี และเพลง ในคอนเซ็ป "อ่านสันติภาพ" แต่ที่น่าแปลกคือ ไม่มีใครเลือกหยิบบทละครมาอ่านเลย แต่ก็น่าสนใจที่ว่า แล้วบรรดาหนังสือที่พวกเขาเลือกมานั้นน่าสนใจตรงไหน


แล้วพวกเขาคือใครบ้าง ตามดูกันได้เลย

สายฟ้า ตันธนา
นักแสดงที่ทำละครมากกว่า 10 ปี และเป็นผู้กำกับ จากกลุ่มออนบ๊อกซ์

ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ
นักการละครจากกลุ่มละครเพื่อการเรียนรู้บางเพลย์ อาจารย์สอนละครที่ มหาวิทยาลัยบูรพา

จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ และ ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร
ทั้งสองเป็นอาจารย์สอนละครจาก คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา

ภาวิณี สมรรคบุตร
นักการละครที่มีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี อีกคนหนึ่ง เป็นสมาชิกกลุ่มแปดคูณแปด ผู้ดูแลและอำนวยการโรงละคร Democrazy Theatre Studio

ดุจดาว วัฒนปกรณ์
นักการละครจากลุ่มบีฟลอร์ จบปริญญาโทด้าน Dance and Movement Therapy จากประเทศอังกฤษ

วสุรัชต อุณาพรหม
นักการละคร อาจารย์สอนละครและศิลปะ จบปริญญาโทด้านการออกแบบการแสดงจากประเทศอังกฤษ

วรัญญู อินทรกำแหง
นักการละครจากกลุ่มบีฟลอร์ และเป็นนักเขียนหนังสือให้กับนิตยสารฉบับหนึ่ง ผลงานการแสดงที่เพิ่งผ่านมาคือ RUN

กมลภัทร อินทรสร
นักละครจากพระจันทร์เสี้ยวการละคร นอกจากนั้นยังทำงานภาพยนตร์ สารคดี และ มิวสิควิดิโอ

วิชย อาทมาท
นักการละครอิสระ ที่มีฝีมือทางการถ่ายภาพ และทำอาร์ตเวริ์ค รวมทั้งงานตัดต่อเสียง

สุกัญญา เพี้ยนศรี
นักศึกษาการละคร ชั้นปีที่ 4 จาก ม.สวนสุนันทา เพิ่งมีผลงานศิลปะนิพนธ์เรื่อง “Drawing”

ผดุงพงศ์ ประสาททอง
นักการละครที่ทำงานละครมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เป็นสมาชิกกลุ่มละครมะขามป้อม ทำงานในหลายด้าน ผลงานกำกับ เช่น Sperms

ฟารีดา จิราพันธุ์
นักการละครจากพระจันทร์เสี้ยวการละคร ทำงานในหลายด้านมานานกว่า 10 ปี เพิ่งผลการแสดงเรื่องล่าสุด “The World according to Farida and Damkorng”



นักการละครทั้ง 13 คน มาร่วมโครงการกับเรากันด้วยความใจดีและใจที่รักละคร แล้วพวกเขาก็จะพานักอ่านอีกหลายคนมานำเสนอ การอ่านบทละคร : “อ่านสันติภาพ” ให้เราได้ดูได้ฟังกันว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไรกับสันติภาพ
โปรดติดตามและมาให้กำลังใจพวกเขาได้ในวันที่ 24-25 ตุลาคมนี้ ที่ ละครโรงเล็ก Crescent Moon space โรงละครเล็กๆของเรารับผู้ชมได้รอบละ 30-40 ที่นั่ง กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่เบอร์ 083 995 6040 และ 081 259 6906



Friday, 13 February 2009

อุ่นรัก...อ่าน(เรื่อง)รัก

มีคนเขียนถึงโครงการอ่านบทละครที่บล็อคโอเคเนชั่น เมื่อวันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 เลยขอเค้าแล้วเอามาลงไว้ที่นี่ด้วย


อุ่นรัก...อ่าน(เรื่อง)รัก
Posted by nonglucky



อ่าน(เรื่อง)รัก : อ่านรักจากวรรณกรรม



พระจันทร์เสี้ยวการละค
ร โดย สินีนาฏ เกษประไพ ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี ๒๕๕๑ ได้ชักชวนนักการละคร ๑๐ คน ที่สมัครใจร่วมโครงการ อ่าน(เรื่อง)รัก : อ่านรักจากวรรณกรรม มาร่วมกันสุมหัวเพื่อนำเสนอความรักหลากหลายมิติ เรื่องรักทั้ง ๑๐ สินีนาฏเปิดพื้นที่ให้กับคนทำละครทั้งสิบชีวิต คัดสรรนำมาอ่าน และนำเสนอชิ้นงานทั้งสิบอย่างอิสระ สินีนาฏกล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองในปีที่ผ่านมา มีความตึงเครียด บรรยากาศของบ้านเมืองทำให้เกิดการแบ่งแยกและเกลียดชัง จึงอยากนำเสนอโครงการแรกจากพระจันทร์เสี้ยวด้วยเรื่องรัก เพื่อให้ผู้สนใจพูดถึงความอ่อนไหวในใจอย่างความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ร่วมงานกับคนทำละครทั้งสิบ ทำให้เห็นมิติความหลากหลาย มุมมองความรัก หนังสือที่เขาชอบอ่าน การตีความที่มีต่อความรักและวรรณกรรม

แม้จะเป็น โครงการที่ไม่มีกระบวนการซับซ้อนเหมือนการทำละครเวที แต่ทั้งสินีนาฏและนั
กการละครอีกสิบคน มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ๓ ครั้ง และเตรียมงานกันร่วมหนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนเศษๆ สวนีย์ อุทุมมา, สายฟ้า ตันธนา, คานธี อนันตกาญจน์, อภิรักษ์ ชัยปัญหา, ปานรัตน กริชชาญชัย, เกรียงไกร ฟูเกษม, นพพันธ์ บุญใหญ่, ศรวณี ยอดนุ่น, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ และสุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล คือนักทำละครทั้งสิบคนที่ยินดีเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทุก คนต่างมีฉากและตอนที่ประทับใจในแง่มุมของความรัก จากหนังสือที่พวกเขาคัดมาแตกต่างกัน เรื่องรักทั้งสิบมีทั้งงานเขียนของนักเขียนไทยและนักเขียนต่างประเทศ


การนำเสนอ นักทำละครทั้งสิบจะนำเรื่องรักที่ตัวเองคัดตอนมาแล้ว มาอ่า
นให้ผู้เข้าชมฟัง พร้อมกับมีการแสดงประกอบไปด้วย วิธีการแสดงมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนำเสนอแบบสื่อมัลติมีเดีย ฉายภาพเคลื่อนไหวประกอบ มีเสียงดนตรี การจัดฉากเล็กๆ เหมือนเล่นละครเวที ความรู้สึกเหมือนได้นั่งชมละครเวทีสั้น ๑๐ เรื่อง แต่ละครเวทีสั้นครั้งนี้ มีนักแสดงถือแผ่นกระดาษอ่านบทให้ฟังไปด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอารมณ์รัก เศร้า สูญเสีย เป็นน้ำเสียงการอ่านที่มาจากอารมณ์อันเป็นแรงขับที่เกิดจากการรู้สึกไปกับ งานเขียนทั้งสิบเรื่อง แต่ละเรื่องมีความยาวตั้งแต่ ๑๐ นาทีไปจนถึง ๒๐ นาที


สวนีย์ อุทุมมา นักทำละครจากกลุ่มมะขามป้อม คัดตอ
น ๔ หน้า ๔๒-๕๒ ของนวนิยายเรื่อง “ความรักของวัลยา” เขียนโดย เสนีย์ เสาวพงศ์ สวนีย์บอกว่า ชอบเรื่องนี้มากตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น แม้ภาษาจะอุดมคติ แต่ก็ยังเลือกตอน ๔ ที่มีหญิงชราชาวฝรั่งเศส สนทนากับตัวเอกในเรื่องถึงความกล้าหาญของสตรีชาวฝรั่งในหน้าประวัติศาสตร์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มตั้งแต่การทำลายคุกบาสติลล์ไปจนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ฝรั่งเศสถูกเยอรมนีรุกราน หญิงชราชาวฝรั่งเศสวัย ๖๐ เล่าถึงความกล้าหาญของสตรีฝรั่งเศสว่า มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่เสรีภาพและภราดรภาพ เธอเล่าถึงความกล้าหาญด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ และกระชากความสะเทือนผู้ชมว่า เธอสูญเสียลูกสาวไปถึงสองคนในสงครามเช่นกัน เธอเล่าและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่มีลูกสาวกล้าหาญถึงสองคน แม้ทั้งสองจะเสียชีวิตในสงครามก็ตาม สวนีย์ต่ออีกว่า รอยยิ้มในความภาคภูมิใจนั้นอาจจะไม่ใช่อย่างเวลาที่แม่เห็นลูกขึ้นไปรับถ้วย รางวัล แม้เรื่องนี้ภาษาจะอุดมคติ กลับสร้างความประทับใจให้แก่นักศึกษาที่เข้าฟังจำนวนมากในวันนั้น เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว ทำให้นักศึกษาฉุกคิดและตั้งคำถาม รวมถึงสะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ที่หญิงชราชาวฝรั่งเศสเล่าออกมา ...สงครามเป็นความสูญเสียที่สร้างความรู้สึกร่วมให้มนุษยชาติเสมอ แต่สงครามก็ยังไม่สิ้นสุด...หญิงชราพูดว่า “ฉันหวังว่าลูกสาวของฉันทั้งสองคนคงจะเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเสียชีวิตไปใน สงคราม” เรื่องนี้อ่านโดย อาจารย์พรรัตน์ ดำรุง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คานธี อนันตกาญจน์ คัดเลือกตอนและกำกับการอ่านโดย สวนีย์ อุทุมมา


"ไหม" งานเขียนของ อเลซซานโดร บาริกโก แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ เป็นชิ้นงานที่สายฟ้า ตันธนา คัดเลือกมาอ่านพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนคือน้ำผึ้งและคิ้ม โดยเลือกเอาตอนจบของเรื่องมานำเสนอ คือตอนที่แอรเว ฌองกรู (พ่อค้าไหม) รู้ว่าจดหมายฉบับนั้น เอแลน (ภรรยา) เป็นคนเขียน
คนทำละครที่มาอ่านงาน ทั้งสามคนออกมาในชุดสีดำสนิท สร้างบรรยากาศกดทับและอึงคะนึงแก่ผู้เข้าชม...น้ำเสียงของคิ้ม ให้ความรู้สึกกระเทือนใจและอาลัยอาวรณ์ในบางที การถ่ายทอดอารมณ์ในน้ำเสียงของคิ้มทำได้ดีไม่มีที่ติ คิ้ม มินตา ภณปฤณ พูดถึงงานเขียนเรื่องไหมและตีความงานเขียนชิ้นนี้ว่า...ไหมเป็นการพูดถึง
ความรัก ความเจ็บปวด ความปรารถนา ที่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แสดงให้เห็นถึงดินแดนของผู้หญิงซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาติหรือภาษาใดต่างก็มีจุด ร่วมในความเป็นหญิงเหมือนกัน และผู้ชายในเรื่อง (แอรเว) ต้องเดินทางเข้าไปสู่ดินแดนของผู้หญิงทั้งหมดในเรื่อง การล่วงล้ำเข้าไปในเพศหญิง ในดินแดนของผู้หญิง แต่แอรเวกลับไม่เข้าใจสถานที่เหล่านั้นเลย... สำหรับฉันในฐานะผู้ชมและ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ พลันอ่านจบ ฉันกลับรู้สึกอ้างว้างและรู้สึกว่าความรักแอรเวมีต่อภรรยา ช่างว่างเปล่านัก ตอนที่แอรเวบอกกับเอแลนว่า “ฉันจะรักเธอตลอดไป” เป็นคำบอกรักที่จืดชืดสนิท ฉันรู้สึกเหมือนแอรเวสักแต่พูดตามหน้าที่ เป็นคำบอกรักที่ไม่ชอบมาพากล เหมือนรักในสุญญากาศ เจ็บปวดที่ได้ยินมากกว่าจะอิ่มเอมใจ


"เสียงระหว่างเรา" ที่คานธี อนันตกาญจน์ นำมาอ่าน เรียกความหวานของรักกลับคืนมา แม้ว่ารักของคนทั้งคู่กำลังจบลงด้วยความตายของอีกฝ่ายก็ตามที เสียงระหว่างเรา อยู่ในหนังสือเรื่องสั้น(ขนาดสั้น) เรื่อง ภวาภพ เขียนโดย อุเทน มหามิตร
เรื่องที่เลือกมาอ่านเป็นความผูกพันระหว่าง คู่รัก ในอ้อมกอดของกันและกัน ในวาระสุดท้ายที่ฝ่ายช
ายกำลังจะตายไปจากหญิงใบ้ผู้เป็นที่รักของเขา คานธีอ่านคนเดียว พร้อมฉายภาพหญิงใบ้ที่เป็นใบ้จริงๆ ในเรื่องที่นำมาอ่าน บอกว่า คู่รักสื่อความหมายต่อกันด้วยภาษามือ แล้วผู้ชมก็ได้ร่วมดื่มด่ำไปกับเสียงเปียโนอันเพราะพริ้งจากปลายนิ้วของนัก เปียโนรับเชิญ ภาพเคลื่อนไหวฉายให้เห็นเฉพาะนิ้วทั้งสิบที่กำลังกรีดกรายอยู่บนเปียโน เสียงเพลงเปียโนคลอเบาไปกับเสียงอ่านที่น่าฟังของคานธี เมื่ออ่านจบเสียงปรบมือจากผู้ชมดังเกรียวกราว


ผลงานซีไรท์เล่มล่าสุดของวัชระ สัจจะสารสิน รวมเรื่องสั้นชุด เราหลงลืมอะไรบางอย่าง เป็นงานเขียนที่อภิรักษ์ ชัยปัญหา นำมาอ่านในครั้งนี้ โดยเลือกเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย” ให้นักแสดงสองคนอ่านพร้อมแสดงประกอบ รักในวรรณกรรมเรื่องนี้ เร่าร้อนและดุเดือด เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม แต่สะกิดต่อมความคิด นักเขียนซีไรท์อย่างวัชระเล่าเรื่องการปฏิวัติระหว่างการเมคเลิฟของสามี ภรรยาคู่นี้ ประหนึ่งว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นกิจ
กรรมทางเพศชนิดหนึ่ง


หากใครอยากบ่มเพาะและรำลึกถึงความรู้สึกแบบรักแรก ปานรัตน กริชชาญชัย นำวรรณกรรมเรื่อง "แวร์เธอร์ระทม" จากวรรณกรรมเยอรมันเรื่อง Die Leiden des jungen Werther ของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอน เกอเธ่ แปลโดย รศ.ถนอมนวล โอเจริญ
ปาน รัตนชอบมุมมองการนำเสนอ “ความรักในความคิดฝัน” เป็นความรักแบบโรแมนติกหรือแบบ storm and stress โดยเลือกเอาช่วงกลางจนถึงจบเรื่อง(เอามาเฉพาะบางหน้า) ซึ่งเป็นตอนที่พระเอกพรั่งพรูถึงความรักที่มีมากมายเหลือคณากับนางเอก ปานรัตนเลือกตอนนี้เพราะเป็นช่วงที่พระเอกได้กลั่นกรองทัศนะของความรักและความ รู้สึกจากก้นบึ้งขอ
งหัวใจออกมาชัดเจนที่สุด เป็นช่วงเคลิ้ม น่าใหลหลงในคำที่เขาเอ่ยออกมา ทำให้เห็นมุมมองของความรักที่มันเป็นความคิดฝันแบบสุดโต่ง ไม่เหลือที่ว่างให้กับความเป็นจริงและเหตุผลเลยแม้แต่น้อย เมื่อฟังแล้วชวนให้คิดคำนึงไปถึงวันแรกที่เราประสบพบพักตร์กับคนที่เรารัก และตัดสินใจที่ริจะรักเขา มันเป็นความอยากได้ใคร่ปรารถนาที่สวยงาม ทำให้หวนคิดว่าคนเรามีความสามารถที่จะมองความรักได้งามถึงปานนั้นเชียวหรือ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็น่าลองใช้ความสามารถทางความฝันเหล่านี้และอารมณ์รัก แรกเริ่มมาเติมความรักในโลกของความเป็นจริงกันดูบ้าง เพราะถ้าชีวิตอยู่ได้ด้วยแรงแห่งความฝันฉันใด ความรักก็คงดำรงอยู่ได้ด้วยความคิดฝันฉันนั้นกระมัง เมื่ออ่านมุมมองที่ ปานรัตนอยากนำเสนอ ฉันเองก็มาตั้งคำถามว่า ...เราจะสามารถรักคนที่เรารักได้ดั่งวันแรกที่รักเขาได้ตลอดไปหรือไม่?... แว ร์เธอร์ระทม งดงามด้วยนักแสดงหญิงที่สวยมาก และนักแสดงชายอีกสองคนที่มาอ่านร่วมกัน การจัดฉากและแต่งกายแบบย้อนยุค นักแสดงที่เล่นเป็นเกอเธ่ยังเดี่ยวกีต้าร์ร้องเพลงรักสดๆ เพื่อเผยความรู้สึกแรกที่มีต่อนางเอกในเรื่องให้ผู้ชมได้หวานกัน

เมื่อสักห้าปีก่อน(กระมัง) นวนิยายของนักเขียนญี่ปุ่นนาม ท์ซึจิ ฮิโตนาริ เขียนหนังสือออกมาสองเล่มคู่กัน คือ BLU "เยือกเย็น" กับอีกเล่ม (จำไม่ได้) เกรียงไกร ฟูเกษม เลือก BLU เยือกเย็น แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช มานำเสนอ ตะเกียงเลือกตอนที่เป็นการพูดถึงการเลือกที่จะ ดำเนินชีวิตของจุนเซ (ตัวละครหลัก) ที่จะยังคงจมอยู่กับสัญญาในอดีต และตามหาร่องรอยความรักในอดีตของหญิงที่ตนเคยรัก จะมองไกลออกไปสู่อนาคตกับเมมิ สาวน้อยลูกครึ่งอิตาลีกับโตเกียว และการที่จะยังคงเลือกเป็นนักซ่อมภาพศิลปะ หรือจะเป็นผู้วาดงานศิลปะขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ใช้ผู้อ่านเพียงคนเดียว โดยเลือกบทบาทให้ผู้อ่านเป็นนักพิสูจน์อักษร ที่มานั่งอ่านและแก้ไขเรื่องนี้
ให้ผู้ชมฟัง

เสียง กรี๊ดและเสียงหัวเราะดังสนั่นเมื่อนพพันธ์ บุญใหญ่ นำเสนองานเขียนเรื่อง "ความลับในความรัก" เขียนโดย จอห์น อาร์มสตรอง แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา... นพพันธ์นำเสนอ ความลับในความรัก ตามขนบวิธีคิดนอกกรอบในแบบที่เป็นตัวเขาเอง และดำเนินเรื่องอย่างสนุกสนานด้วยการเขียนละครซ้อนบทประพันธ์ชิ้นนี้ขึ้นมา เหมือนตั้งคำถามว่า ความลับในความรักคืออะไร อย่างตอนที่พูดถึง เวลาคนมีความรักมักจะใส่แว่นตาอีกอัน หรือการเล้าโลมทางเพศด้วยคำพูดของสามีภรรยาคู่หนึ่งในร้านอาหาร และคู่รักนักประกาศข่าวที่ทะเลาะกันแล้วจบลงด้วยการเมคเลิฟ ...นพพันธ์มักทำอะไรไร้กรอบ แต่ไม่ไร้ความคิด... หากจะหัวเราะกันดัง ลั่นกับ การแสดงของผู้อ่านทั้งสี่คน แต่อย่าหัวเราะเพลินจนลืมกลับเอาเก็บไปคิด เพราะนพพันธ์เขาไม่ได้เฉลยว่า หนึ่งบวกหนึ่งแล้วเท่ากับสอง

ศรวณี ยอดนุ่น ชอบเรื่อง The Missing Piece Meets the Big O หรือ "การเดินทางของส่วนที่หายไป" มาอ่าน เพราะให้ความรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องแสวงหา มันมีอยู่แล้วในตัวเอง ถ้าเรารักตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นมารักเรา เราก็จะมีความสุขมากๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนที่ขาดหายไปของใคร เพราะเรานั้นสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว แต่เราเพียงแค่อยากมีเพื่อนกลิ้งไปด้วยกันก็เท่านั้น ศรวณีอ่านให้ฟัง และมีเพื่อนอีกสองมากลิ้งไปกลิ้งมาเป็นวงกลมระหว่างที่อ่านไป ก็จะเห็นนักแสดงอีกสองคนกลิ้งไป

งานเขียนของปราบดา หยุ่น เรื่อง "แพนด้า" เป็นเรื่องที่เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เลือกมาอ่าน และมีเพื่อนอีกสองคนร่วมแสดงและร่วมอ่าน เขาเลือกตอนที่เป็นบันทึกครั้งที่ ๑๐ เป็นการบันทึกการเดินทางของแพนด้าจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่
“แพนด้า” หนุ่มวัย ๒๗ ปี มีรูปร่างคล้ายกับหมีในประเทศจีน เขามีความคิดว่าเขาและมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ล้วนเกิดมาผิดดวงดาว เป็นเหตุที่ทำให้
โลกใบนี้เสียสมดุลและเกิดความวุ่นวาย การเดินทางของเขาในครั้งนี้คือการเดินทางกลับไปดาวบ้านเกิด โดยมีผู้ร่วมการเดินทางไปด้วยอีกคนหนึ่งคือ “หยิน” สาววัย ๒๒ ปีที่พร้อมจะเคียงข้างไปกับแพนด้า โดยที่ไม่รู้ปลายทางคือที่ใด เบญจ์ บอกว่า ที่เลือกตอนนี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อ กัน เป็นมุมมองความรักที่แสดงถึงการยอมรับกัน และสุดท้ายจบลงด้วยการเดินทางครั้งใหม่ เรื่องนี้นำเสนอได้น่ารัก ผู้แสดงก็ยังสดใส เรื่องจึงเต็มไปด้วยความใส และรอยยิ้มใสๆ


"เขาไม่นับเธอ" เขียนโดย ไฮนริช เบิล แปลโดย อำภา โอตระกูล เป็นเรื่องที่ สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เลือกมาอ่าน
ชีวิต ของผู้ชายคนหนึ่งที่วันๆ เอาแต่จดจ่ออยู่กับตัวเลขสถิติจำนวนผู้ใช้สะพาน เพื่อไปรายงานต่อบริษัทเปลี่ยนไป เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านสะพาน ชีวิตของเขามีความหมาย ไม่ซังกะตาย และทุกครั้งที่เธอเดินผ่านมา เขาไม่สนใจที่จะนับจำนวนผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบนสะพาน ตัวเลขสถิติหยุดลง และเขาไม่นับเธอให้เป็นหนึ่งในตัวเลขทางสถิตินั้น วัน ธรรมดาของเขาในแต่ละวัน กลายเป็นวันแห่งการรอคอยที่จะไม่ได้นับเธอ ชีวิตมีความหมายเมื่อได้คอยใครสักคน แล้วตัวเลขและเวลาก็ประหนึ่งจะหยุดลง เมื่อการรอคอยได้สิ้นสุด การอ่านเรื่องนี้ขอชมนักแสดงที่มาอ่านว่า แสดงออกทางอารมณ์ได้ดีทีเดียว ทำให้รู้สึกอึดอัด กระวนกระวายใจระหว่างที่รอเธอคนนั้น และหัวใจเบ่งบานเมื่อในที่สุดเธอก็เดินผ่านมา

ทั้งสิบเรื่องของโครงการนี้ ทำให้ผู้เข้าชมที่ยังเป็นนักศึกษา เกิดความรู้สึกอยากอ่านหนังสือทั้ง ๑๐ เล่ม และกิจกรรมครั้งนี้ยังสามารถเป็นการปูพื้นฐานให้กับนักศึกษาด้านละครเวที นำไปปรับใช้กับการเขียนบทละครเวทีได้อีกด้วย การ กระตุ้นการอ่านวรรณกรรม และหนังสือครั้งนี้ เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง นาฏกรรมและวรรณกรรมได้อย่างลงตัว และคงทำให้มีคนรักการอ่าน อยากอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีกพอสมควร ยิ่งเมื่อผู้เข้าชมได้รับฟังการตีความของคนทำละครทั้ง ๑๐ ที่มีต่อเรื่องที่พวกเขานำเสนอ เชื่อแน่ว่า ความคิดเห็นของคนทำละครจะเป็นประกายที่ช่วยจุดไฟในการรักการอ่าน และอยากอ่านวรรณกรรมดีๆ


เขียนโดย
นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ

ผู้เข้าชมทั้ง ๑๐ เรื่องรักจากวรรณกรรม



Tuesday, 3 February 2009

รอบการแสดงอ่านบทละคร "อ่าน(เรื่อง)รัก"


อ่านเรื่องรัก
จะลงโรงเสาร์-อาทิตย์นี้แล้ว
ได้รายละเอียดรอบการแสดงมาดังนี้


วันเสาร์ 7 กุมภาพันธ์ (รอบบ่าย 15.00)

สายฟ้า ตันธนา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ไหม”
เกรียงไกร ฟูเกษม เสนอฉากรักจากเรื่อง “เยือกเย็น”
สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เสนอฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ”
คานธี อนันตกาญจน์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “เสียงระหว่างเรา”
สวนีย์ อุทุมมา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความรักของวัลยา”


วันเสาร์ 7 กุมภาพันธ์ (รอบค่ำ 19.30)

ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอฉากรักจากเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม”
เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “แพนด้า”
ศรวณี ยอดนุ่น เสนอฉากรักจากเรื่อง “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
นพพันธ์ บุญใหญ่ เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความลับในความรัก”
อภิรักษ์ ชัยปัญหา เสนอฉากรักจากเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย”


วันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ (รอบบ่าย 15.00)

เกรียงไกร ฟูเกษม เสนอฉากรักจากเรื่อง “เยือกเย็น”
สายฟ้า ตันธนา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ไหม”
อภิรักษ์ ชัยปัญหา เสนอฉากรักจากเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย”
นพพันธ์ บุญใหญ่ เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความลับในความรัก”
ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอฉากรักจากเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม”


วันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ (รอบค่ำ 19.30)

สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เสนอฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ”
ศรวณี ยอดนุ่น เสนอฉากรักจากเรื่อง “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “แพนด้า”
สวนีย์ อุทุมมา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความรักของวัลยา”
คานธี อนันตกาญจน์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “เสียงระหว่างเรา”


Monday, 2 February 2009

2nd Meeting อ่านเรื่องรัก


เมื่อวานเรามี 2nd Meeting กัน ครั้งนี้เรานัดกันมาพูดคุยเรื่องความคืบหน้า พบหน้าพบตาทำความรู้จักกับผู้อ่านของแต่ละชิ้นงาน หลังจากนั้นเรา ได้ดูซ้อมบางเรื่อง เลยเก็บภาพบรรยายกาศสบายๆมาให้ดู












จากเรื่อง "แวร์เธอร์ระทม"












จากเรื่อง "ไหม"











แล้วล้อมวงเล่าสู่กันฟังว่าแต่ละชิ้นงานเป็นยังไงกันบ้าง





กุมภาพันธ์





เดือนแห่งความรักพระจันทร์เสี้ยวจะเสนอการอ่านบทละคร อ่าน(เรื่อง)รัก อ่านรักจากวรรณกรรมโดยคนทำละคร เพื่อพูดถึงความรักในหลากหลายมิติ จัดแสดงวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์

ความน่าสนใจ - ตอนแรกคิดว่าจะเป็นโปรเจคเล็กๆ แต่ทำไปทำมากลายเป็นการรวมตัวของคนทำละครมากกว่า 30 คน หนึ่งในนั้น เราได้รับเกียรติจากครูอุ๋ย พรรัตน์ ดำรุง มาร่วมอ่านรักในครั้งนี้


เดือนนี้นอกจากจะมีความรักแล้วเรายังมีกิจกรรมแน่นทั้งเดือนกับอีก 2 งาน คือ MEMOMENT เป็นงานอาร์ตอาร์ตโดยดุจดาวและเพื่อน งานนี้รวมตัวกันหลายคนมาปล่อยของ มีภาพยนตร์ การแสดง ภาพถ่าย และดนตรี จัดแสดง วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์

ความน่าสนใจ - เป็นการรวมตัวของเพื่อนที่เจอกันได้ยากยิ่ง เพราะทุกคนต่างมีงานกันคนละด้าน ครั้งนี้ด้วยความรักและคิดถึง จึงนัดกันมาปล่อยของและฉลองปาร์ตี้ พิเศษเพียงแค่ 2 รอบเท่านั้น






และงานที่สามเป็นละครจาก Life Theatre เสนอเรื่อง Water Time เรื่องราวของคนคู่หนึ่งกับความเข้าใจ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม (เว้นคืนวันจันทร์)

ความน่าสนใจ - เด่นดังทั้งผู้กำกับและนักแสดง กับการพยามยามจะสื่อสารกันด้วยสามภาษา

กุมภาพันธ์กับงาน 3 รูปแบบ สนใจหรือชอบดูแบบไหนมาดูมาชมพวกเขาได้ ส่วนเดือนหน้าเข้มข้นไม่แพ้กัน กับการแสดงจากบีฟลอร์ “Something else” โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ และละครแสดงเดี่ยวโดย นพพันธ์ บุญใหญ่ ในบทบาท “Hamlet” กำกับโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ จาก New Theatre Society ติดตามรายละเอียดกันได้เร็วๆนี้


Tuesday, 27 January 2009

เขาอ่านอะไร

เริ่มมีหลายคนโทรเข้ามาสำรองที่นั่งพร้อมคำถามว่า เขาอ่านอะไรกัน เลยเอามาเฉลยกันสักเล็กน้อยว่าพวกเขานักทำละครทั้งสิบคนชอบและจะอ่านอะไรกันบ้าง


สวนีย์ อุทุมมา - นักการละครจากกลุ่มมะขามป้อม ผลงานล่าสุด "จะวันไหนๆ"
เลือกอ่านฉากรักในวรรณกรรมไทยเรื่องเยี่ยม “ความรักของวัลยา” ของ เสนีย์ เสาวพงศ์
นักอ่าน 2 คน
ความยาว 13 นาที




คานธี อนันตกาญจน์ - นักการละคร นักดนตรี และนักแต่งเพลง จาก Democracy Music Studio
เลือกอ่านฉากรักจากหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง “ภวาภพ” ตอนที่ 2 ที่มีชื่อว่า “เสียงระหว่างเรา” ของ อุเทน มหามิตร
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 20 นาที





สายฟ้า ตันธนา - นักแสดงมีผลงานมากมาย และผู้กำกับจาก On Box
เลือกอ่านฉากรักในวรรณกรรมเรื่อง “ไหม” ของ อเลซซานโดร บาริกโก แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที






อภิรักษ์ ชัยปัญหา - นักการละครจากกลุ่มแปดคูณแปด เป็นนักแสดงมีผลงานมากมาย และเป็นอาจารย์ที่ยังรักจะเล่นละคร
เลือกอ่านฉากรักจากเรื่องสั้นเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย” ของ วัชระ สัจจะสารสิน จากหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง “เราหลงลืมอะไรบางอย่าง”
นักอ่าน 2 คน
ความยาว 20 นาที




ปานรัตน กริชชาญชัย - นักการละครจาก New Theatre Society และมีผลงานการแสดงหลายเรื่อง และเป็นอาจารย์ที่ยังรักที่จะเล่นละคร และเป็นผู้ดูแลการผลิต
เลือกฉากรักจากวรรณกรรมเยอรมันเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม” บทประพันธ์ ของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอน เกอเธ่ ( Die Leiden des Jungen Werther ของ Goethe) แปลโดย รองศาสตราจารย์ ถนอมนวล โอเจริญ
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 30 นาที




เกรียงไกร ฟู เกษม
- นักการละครจาก พระจันทร์เสี้ยวการละคร มีผลงานการแสดงหลายเรื่อง
ฉากรักจาวรรณกรรมไทยที่ชอบและยังคงจำเรื่องราวต่างๆได้ดี คือ พระอภัยมณี แต่เขาเลือกทำเรื่อง “เยือกเย็น” (BLU) ของ ท์ซึจิ ฮิโตนาริ แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 20 นาที






นพพันธ์ บุญใหญ่ - ผู้กำกับ เขียนบท และนักแสดง ที่น่าจับตามองในความกวน
เลือกอ่านความรักจากหนังสือ “ความลับในความรัก” เขียนโดย จอห์น อาร์มสตรอง แปลโดย จิรนันท์ พิตรปรีชา
นักอ่าน 1 คน + นักแสดง 2 คน + หลายคน
ความยาว 20 นาที




ศรวณีย์ ยอดนุ่น - นักแสดงจากพระจันทร์เสี้ยวการละคร เป็นอาจารย์วิชาปรัชญา
เลือกอ่านไปกลิ้งไปกับฉากรักจากเรื่อง “The missing piece meets the big O” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที



เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ - นักทำละครรุ่นใหม่ จากชมรมละคร คุรุศาสตร์ จุฬาฯ เริ่มมีผลงานกำกับการแสดง
เลือกอ่านฉากรักจากนวนิยายเรื่อง “แพนด้า” ของ ปราบดา หยุ่น
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที




สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล - นักทำละครรุ่นใหม่อีกคน เป้นนักแสดงให้กับหลายเรื่องหลายกลุ่ม เช่น Naked Masks, B Floor เป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ จากธรรมศาสตร์
เลือกฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ” เขียนโดย ไฮนริช เบิล แปลโดย อำภา โอตระกูล
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 10 นาที


จากฉากตอนในงานวรรณกรรม พวกเขาจะดึงออกมาเป็นบทละครสั้นๆ และนำมาอ่านในสไตล์ใครสไตล์เขา ในแต่ละรอบการแสดง จะอ่านเพียงแค่ห้าเรื่องเท่านั้น ความยาวแต่ละเรื่อง ประมาณ 10 – 20 นาที ซึ่งจะจัดกลุ่มหลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รักใครชอบใคร อยากมาเชียร์ใคร โปรดติดตามกันไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าไม่อยากรอก็จองที่นั่งตามวันเวลาที่สะดวกมาชมได้เลยที่ 081 259 6906 เพราะตอนนี้รอบแรกเต็มแล้ว แต่ยังเหลือที่อีก 3 รอบ ช่วยมาให้กำลังใจพวกเขาและนักอ่านกันเถอะ