welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers
Showing posts with label โรงละครพระจันทร์เสี้ยว. Show all posts
Showing posts with label โรงละครพระจันทร์เสี้ยว. Show all posts

Monday, 31 July 2017

ูสูจิบัตรละครเวที มนต์แห่งจันทรา





บทละคร และ กำกับการแสดง 
โดย ปานรัตน กริชชาญชัย

นำแสดงโดย: 
ฟารีดา จิราพันธุ์
คอลิด มิดำ
อาคีรา โหมดสกุล
กฤษณะ พันธุ์เพ็ง
โอฬาร เกียรติสมพล




ออกแบบแสง:
-ทวิทธิ์ เกษประไพ
ออกแบบฉาก:
-วิชย อาทมาท
ออกแบบเสียง:
-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
ออกแบบเครื่องแต่งกาย:
-อภิรัตน์ แก้วกัน
กำกับเวที:
-ชนิดา ปัญญาเนรมิตดี
ดูแลการผลิต:
-ฉัตรชัย พุดซ้อน

ขอขอบคุณ
พระจันทร์เสี้ยวการละคร
สถาบันปรีดี พนมยงค์ 
บีฟลอร์เธียร์เตอร์
เดโม่เครซี่เธียเตอร์สตูดิโอ
บริษัท รอยัล เกทเวย์ จำกัด
คุณพิมณภัทร์
พี่อรุ
พี่กรุง
เพื่อนชาวละคร 

Tuesday, 25 July 2017

มนต์แห่งจันทราจงสำแดงฤทธาณบัดนี้ (On Behalf of the Moon)




27 กรกฎาคม - 14 สิงหาคมนี้ 
New Theatre Society
ภูมิใจเสนอ


มนต์แห่งจันทราจงสำแดงฤทธาณบัดนี้ (On Behalf of the Moon)

ได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครเรื่อง Frankie and Johnny in the Clair de Lune และ ภาพยนตร์เรื่อง Moonstruck และอีกหลายๆอย่างของหลายๆคน

"เรื่องราว เรื่องเล่าของ 3 หลังคาเรือนใกล้ๆกัน...ห้องเช่าของคู่รักชั่วข้ามคืนชั้นสาม ร้านแสงจันทร์คาราโอเกะชั้นล่างที่ประจำของพี่สินจัย และห้องหลืบซ้ายหัวมุมของชายชั่วร้านกาแฟชักกับโรตี
ในคืนที่ไม่เหมือนคืนก่อน คืนที่พระจันทร์เป็นใจใหญ่เท่าบ้าน บดบังแสงทุกแสงให้พล่าเลือน...คืนที่แสงจันทร์สว่างจ้าสำแดงฤทธาจนหมาอยากหอน !!!
..จะมี Sailor Moon โผล่มาหรือไม่ ใครจะโดนลงทัณฑ์ หรือ แสงจันทร์คาราโอเกะจะขึ้นเพลงอะไรมา เชิญไปรับชม...."

นำแสดงโดย: 
ฟารีดา จิราพันธุ์
คอลิด มิดำ
อาคีรา โหมดสกุล
กฤษณะ พันธุ์เพ็ง
โอฬาร เกียรติสมพล

ออกแบบแสง:  ทวิทธิ์ เกษประไพ
ออกแบบฉาก:  วิชย อาทมาท
ออกแบบเสียง:  วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
ออกแบบเครื่องแต่งกาย:  อภิรัตน์ แก้วกัน
กำกับเวที:  ชนิดา ปัญญาเนรมิตดี
ดูแลการผลิต:  ฉัตรชัย พุดซ้อน
กำกับ/ทำบท:  ปานรัตน กริชชาญชัย

ราคาบัตร:  450 บาท (Walk-in)
ติดต่อสอบถาม:  081-754-8784, 089-136-5252
วัน/เวลา/สถานที่:
-27 กรกฎาคม - 14 สิงหาคม 2560 (เว้นอังคาร/พุธ)
-20:00 น. 
-โรงละครพระจันทร์เสี้ยว 
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ

Saturday, 3 June 2017

ละครเวที "ไม่มีอะไรจะพูด"





ไม่มีอะไรจะพูด

[what we talk about when we don't talk about the elephant in the room]

a post-contemporary remodernist
naturalistic surrealism romantic 
tragicomedy non-political performance


ไม่มีอะไรจะพูด... พวกเขาเป็นแค่นักเขียน
ไม่มีอะไรจะพูด... พวกเขาเป็นแค่นักแสดง 
ไม่มีอะไรจะพูด... พวกเขาแค่ทำการแสดง 
ไม่มีอะไรจะพูด... เมื่อคนกลุ่มหนึ่งรวมหัวกัน

การแสดงสองห้องควบรวมกันเฉพาะกิจ ผลงานกำกับล่าสุดโดย เบส-วิชย อาทมาท (ผู้กำกับ บ้านcult เมืองcult และ เพลงนี้พ่อเคยร้อง) ร่วมกับนักเขียน นักแสดง และทีมงานมากหน้าหลายตา

คำ ผกา 
โตมร ศุขปรีชา
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ประจักษ์ ก้องกีรติ
[เขียนบทละคร]

อรรถพล อนันตวรสกุล 
สายฟ้า ตันธนา
สุมณฑา สวนผลรัตน์
ณัฐญา นาคะเวช
พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธ 
อารยา พิทักษ์ 
โตมร ศุขปรีชา
[แสดง]

ทวิทธิ์ เกษประไพ
[กำกับเทคนิกพิเศษและไม่พิเศษ]

ยิ่งศิวัช ยมลยง
[ออกแบบเสียงในห้อง]

เชษฐพัทธ์ เขื่อนแก้ว
[ออกแบบแสงและเงา]

อภิรัตน์ แก้วกัน
[จัดสรรเครื่องแต่งกาย]

เศรษฐ์สิริ นิรันดร
[แลดูการแสดง]

รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค 
[ให้คำปรึกษา]

ปฏิพล อัศวมหาพงษ์
[ช่วยเหลืองานกำกับ]

วิชย อาทมาท
[ออกแบบและกำกับการแสดง]

ภัทรียา พัวพงศกร
ชนิดา ปัญญาเนรมิตดี 
กวิน พิชิตกุล 
[ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์]

ญาดามิณ แจ่มสุกใส
[แลดูการผลิต]

เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ 
[ดูแลการผลิต]

วันที่ 8 - 24 มิถุนายน 2560 
(ทุกวันยกเว้นอังคาร-พุธ) เวลา 20:00น.

ณ ห้องพระจันทร์เสี้ยว และ ห้องบีฟลอร์
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ

บัตรราคา 680 บาท (ราคาโอน 620 บาท)
นิสิต/นักศึกษา 580 บาท (โอนเท่านั้น)

จองบัตร
1. เพจอีเว้น ไม่มีอะไรจะพูด
2. โทร 083-087-8847


What we talk about when we don't talk about the elephant in the room”
(No English Subtitle)

a post-contemporary remodernistnaturalistic surrealism romantic tragicomedy non-political performance by Wichaya Artamat(Director of Baan Cult Meung Cult and 3 days in May) who work with many writers and artists.

Lakkana Punwichai 
Tomorn Sookprecha 
Wiwat Lertwiwatwongsa 
Yingcheep Atchanon 
Prajak Kongkirati
[Playwrights]


Natthaya Nakavech 
Araya Pitak 
Athapol Anunthavorasakul 
Panchana Soonthornpipit 
Saifah Tanthana 
Tomorn Sookprecha 
Sumontha Suanpholrat
[Performers]

June 8 – 24, 2017 
(except Tuesdays and Wednesdays) 

Every 8.00 pm

Crescent Moon Space and B-Floor Room, Pridi Banomyong Institute, Thonglor.

The Ticket 
680 THB 
(620 THB for advanced bank transfer) 
580 THB for students 
(advanced bank transfer only) 

For ticket booking, please contact 
+66 (0) 83-087-8847 or make a reservation on our Facebook 

Event
(https://www.facebook.com/events/279287385852964)



Thursday, 16 March 2017

Shadow Showcase





การแสดงโชว์เคสสั้นๆ จากการ workshop (4-8 March 2017) หุ่นเงาร่วมกับนักละครหุ่นจากเยอรมัน Anna-Maria Schlemmer 
เป็นการแสดงโชว์เคสสั้นๆ วันพุธที่ 8 มี.ค. นี้ เวลา 19.30 น. ที่ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว (ชมฟรี)

Crescent Moon Theatre and Anna-Maria Schlemmer will have shadow showcase 
March 8, 2017 Time 7.30 pm at Crescent Moon Space 
Tel : 086 797 1445, 081 929 4246


Monday, 2 January 2017

Thou Shalt Sing : A Secondary Killer's Guide to Pull the Trigger





Splashing Theatre เสนอ

Thou Shalt Sing : A Secondary Killer's Guide to Pull the Trigger
จงขับขาน : มือสังหารชั้นรองโปรดร้องก่อนลั่นไก
(ละครเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลละครกรุงเทพ ครั้งที่ 14)

"กฏข้อที่หนึ่งของนักฆ่า จงอย่าเป็นที่สอง"

ขอต้อนรับสู่ดินแดนแห่งนักฆ่า
ที่ซึ่งกลิ่นเลือดหอมหวลราวดอกไม้
ที่ซึ่งเสียงปืนคือดนตรีแสนไพเราะเสนาะหู
ที่ซึ่งยังมีชายเร่ร่อนอยู่หนี่งนาม
นักฆ่าหมายเลขสอง 
ผู้เป็นที่สองตลอดกาล
รอเพียงวัน รอคอยเวลา
เพื่อก้าวเป็นนักฆ่าหมายเลขหนึ่ง

กำกับและเขียนบทโดย : ธนพนธ์ อัคควทัญญู

แสดงวันที่ 10-14 และ 18-22 กุมภาพันธ์ 2560
สถานที่ : โรงละครพระจันทร์เสี้ยว (สถาบันปรีดี พนมยงค์)
บัตรราคา 450 บาททุกที่นั่ง
โทรศัพท์ 087-330-6244

Fb : https://www.facebook.com/events/1622334478070705/

---------------------

Splashing Theatre Presents

Thou Shalt Sing : A Secondary Killer's Guide to Pull the Trigger
(Part of Bangkok Theatre festival 2016)

“Killer's Rule Number One
Never be Number Two“

Welcome to the land of killers.
Where the scent of blood is sweet like a flower.
Where the gunfire is beautiful like a melody.
There's a drifter.
Killer Number Two.
Always Number two.
Waiting to become the Number one.

Directed and Scripted by Thanaphon Accawatanyu

Date 10-14 & 18-22 Feb 2017 (8 pm)
At Crescent Moon Space (Pridi Banomyong institute)
Ticket is 450 baht
Tel 087-330-6244

Fb : https://www.facebook.com/events/1622334478070705/

Tuesday, 13 December 2016

Crescent Moon Space 2015


Our performance and activities in 2015

stage play and performance 14
Total 94 shows

Festival 3 

International Exchange Program 1 

Post Show Discussion 12

Workshop 9

Film 2  


Sunday, 19 April 2015

Back to Basic #9

 

Back to Basic: Acting Workshop #9
อบรมการแสดงเบื้องต้น


พระจันทร์เสี้ยวการละครจัดอบรมศิลปะการแสดงเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการแสดงมาก่อน เน้นการฝึกปฏิบัติการแสดงขั้นพื้นฐาน เตรียมความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ สมาธิ จินตนาการ การสวมบทบาท และการด้นสด Improvisation
(รับจำนวนจำกัด 10 คน)

วันที่ 29-31 พ.ค. และ 1 มิ.ย. 2558
เวลา 13.00 – 18.00 น.
ที่ Crescent Moon Space / สถาบันปรีดี พนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)
 ***มีค่าลงทะเบียน***
โทร 081 929 4246 และ 086 797 1445
http://www.facebook.com/crescentmoontheatre

Download ใบสมัคร : https://drive.google.com/file/d/0B96OacGf8XtleXJnWlNWS3l1Ykk/view?usp=sharing
กรอกใบสมัครและเมล์กลับมาที่
email:
crescentmoon.workshop@gmail.com

สอนโดย
สินีนาฏ เกษประไพ
นักแสดงและผู้กำกับจากพระจันทร์เสี้ยว ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2551 นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษด้านศิลปะการแสดงในสถาบันอุดมศึกษา
ผลงานด้านกำกับการแสดง เช่น
แอนธิโกเน่, แสลง, คือผู้อภิวัฒน์, เส้นด้ายในความมืด, I Sea Project, ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง, ผีแมวดำ, rice now, ลิ้นกับฟัน, เงา-ร่าง

Monday, 23 February 2015

Post Show Talk : In Outer Space

In Outer Space เปิดวงเสวนาหลังละคร


In Outer Space รอบวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. หลังจากดูละครแล้ว เราจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ชมกับผู้เขียนบท ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ชักชวนพูดคุยโดย ดร. ภาสกร อินทุมาร และ สินีนาฏ เกษประไพ


In Outer Space รอบวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ เราจะเปิดวงพูดคุยแลกเปลี่ยนกันหลังจากดูละครระหว่างผู้ชม กับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์  ชักชวนพูดคุยโดย ดร.อรดา ลีลานุช และ ดร. ภาสกร อินทุมาร

Thursday, 8 May 2014

Back to Basic: Acting Workshop #8


Back to Basic: Acting Workshop #8
อบรมการแสดงเบื้องต้น (ครั้งที่ 8)


พระจันทร์เสี้ยวการละครจัดอบรมศิลปะการแสดงเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการแสดงมาก่อน เน้นการฝึกปฏิบัติการแสดงขั้นพื้นฐาน เตรียมความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ สมาธิ จินตนาการ การสวมบทบาท และการด้นสด (Improvisation)

สอนโดย
สินีนาฏ เกษประไพ
นักแสดงและผู้กำกับจากพระจันทร์เสี้ยว ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2551 ผลงานด้านกำกับการแสดง เช่น แอนธิโกเน่, แสลง, คือผู้อภิวัฒน์, เส้นด้ายในความมืด, i see, ภาพลวงตาจากเนินมะเฟือง, ผีแมวดำ, rice now, ลิ้นกับฟัน นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษด้านศิลปะการแสดงในสถาบันอุดมศึกษา


วันที่ 26-29 มิถุนายน 2557
เวลา 13.00 – 18.00 น.
ที่ Crescent Moon Space / สถาบันปรีดี พนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)


***มีค่าลงทะเบียน***
โทร 081 929 4246 และ 086 797 1445
crescentmoon.workshop@gmail.com
http://www.facebook.com/crescentmoontheatre

Wednesday, 26 June 2013

(In)Sensitivity ละเอียด อ่อน ไหว (ไหม)





 
(In)Sensitivity ละเอียด อ่อน ไหว (ไหม)


“ครั้งสุดท้ายที่คุณนั่งคุยและโอบกอดกับความรู้สึกเศร้า โกรธ หรือ เสียใจคือเมื่อไหร่?”
“When is the last time you sat down to talk and embrace your sorrow, anger, or sadness?”

พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรภายในเดือนมิถุนายน 100 ท่านแรกรับบัตรเข้าชมราคาเพียง 380 บาท
Special ticket price of 380 THB for the first 100 people who make their reservation within JUNE.

‘บีฟลอร์’ เสนอผลงานกำกับการแสดงเรื่องใหม่ล่าสุดของศิลปินสาวนักจิตบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว (Dance Movement Therapist)‘ดุจดาว วัฒนปกรณ์ บุญใหญ่’ กับการแสดงแนวมินิมัลแต่ใช้องค์ประกอบศิลป์ที่หลากหลายทั้งยังเป็นการแสดงแนวปฏิสัมพันธ์ประสบการณ์ในชื่อการแสดงชุด ‘(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’
B-Floor Theatre, a leading contemporary theater company in Thailand presents (In) Sensitivity, the latest work by dance movement therapist artist Dujdao Vadhanapakorn Boonyai.

‘(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’ เป็นการแสดงที่เธอในฐานะนักจิตบำบัดได้เฝ้าสังเกตความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในเรื่องของการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คน ในสังคมไทยที่มักจะแสดงออกกันว่าเป็นสังคมที่นิยมความดีงาม กลับมีร่องรอยการระเบิดประทุทางอารมณ์จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมให้เห็นได้บ่อยขึ้นทุกที…หรือบางทีอาจมีบางอย่างที่ขาดหายไป?

’“(In) Sensitivity : ละเอียดอ่อนไหว (ไหม?)’ is the result of her observation as a psychotherapist of human-to-human interactions in Thai society – a society that presents itself as virtue-loving but bears many traces of emotional explosions that lead to tragedies, which seem to be happening more and more often…Is there something missing, perhaps?

บัตรเข้าชมราคา 450 บาท จัดแสดงทั้งหมด 12 รอบการแสดงระหว่างวันที่ 18-21,23-30 กรกฏาคม 2556 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ สุขุมวิท 55 (ระหว่างซอย 1 กับซอย 3) สำรองที่นั่ง 089-167-4039 email: bfloortheatre@gmail.com

Tickets are 450 THB. There are 12 performances from 18-21, 23-30 July 2013 at the Pridi Banomyong Institute, Sukhumvit 55 (between Soi Thong Lo 1 and 3). For reservations please call 089-167-4039.

email:bfloortheatre@gmail.com



Monday, 24 June 2013

ภาพบรรยากาศ Post Talk บ้านcultเมืองcult

ขณะนี้ละครเวทีเรื่อง "บ้านcultเมืองcult" เดินทางมาสู่รอบสุดท้ายกันแล้ว



เรามาเก็บตกภาพบรรยากาศ Post Talk พูดคุยหลังละครรอบวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา  ขอขอบคุณท่านผู้ชมทึกท่านและคุณกัลปพฤกษ์ค่ะ 








Tuesday, 4 June 2013

ละครเวที บ้านCult เมืองCult



ละครเวที บ้านCult เมืองCult

การแสดงคู่ขนาน 2 ห้อง / 4 ชีวิต Cult ๆ ประจำวัน
[ กิน / ปี้ / ขี้ / แตก / ตาย [



ชาย 2 คนในห้องหนึ่ง [ กระท้อน / สักวา [
หญิง 2 คนในห้องหนึ่ง [ ธิดา / มณี [

" จริงที่ไม่เคยมี ดีที่ทำไม่ได้ สุขที่ไปไม่ถึง "


บทละคร
อรดา ลีลานุช เขียน ธิดา / มณี
รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค เขียน กระท้อน / สักวา


แสดง
วรัญญู อินทรกำแหง เป็น กระท้อน
วชร กัณหา เป็น สักวา
ณัฐญา นาคะเวช เป็น ธิดา
ดลฤดี จำรัสฉาย เป็น มณี

คัดสรรและควบคุมเสียง
นพพันธ์ บุญใหญ่

ออกแบบแสงสว่าง
ทวิทธิ์ เกษประไพ

ออกแบบกายภาพของพื้นที่
วสุรัชต อุณาพรหม

ออกแบบภาพประชาสัมพันธ์
เตชิต จิโรภาสโกศล

แลดูการแสดง
เศรษฐ์สิริ นิรันดร

ดูแลการเคลื่อนไหวในบางขณะ
ธนพล วิรุฬหกุล

ดูแลการผลิต
ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์

ดูแลความเป็นอยู่เป็นไปในพื้นที่การแสดง
วิชย อาทมาท


ขอเชิญร่วมสำรวจและเป็นพยานการมีอยู่ของชีวิต Cult ๆ เหล่านี้
10,11,14,15,16,20,21,22,23,24 มิถุนายน 25556 (เวลา 20:00 น.)
ณ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว และ บีฟลอร์เธียเตอร์
(สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ)

ราคาบัตร
* ห้องเดียว 400 บาท ** ควบสองห้อง / ดูสองวัน 600 บาท
พิเศษ ! ! ! จองบัตรและโอนเงินภายใน 31 พฤษภาคม 25556
* ห้องเดียว 350 บาท ** ควบ 2 ห้อง / ดู 2 วัน 500 บาท



รายละเอียดและจองบัตรโทร 087 901 9130
ติดตามความเป็นอยู่เป็นไปใน บ้านCult เมืองCult ที่
https://www.facebook.com/cultcountry


ภาพบรรยากาศการพูดคุยหลังละคร โปรเจค 1/4 วีคสุดท้าย



จบลงแล้วกับ 'โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ'
ภาพบรรยากาศผู้ชมในรอบวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.



Post Talk พูดคุยหลังละครครั้งที่สอง กับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับทั้ง 4 เรื่อง และแขกรับเชิญพิเศษ ครูหนิง อ.พันพัสสา ธูปเทียน





ภาพบรรยากาศผู้ชมในรอบสุดท้าย 2 มิ.ย.




พิเศษในรอบสุดท้ายเรามีอาจารย์และผู้ชมที่เป็นน้องๆนักศึกษาจาก ม.มหาสารคามมาชม และครูคำรณ คุณะดิลก ครูผู้ก่อตั้งพระจันทร์เสี้ยวการละคร เราเลยพูดคุยหลังละคร post talk อีกครั้ง




นักแสดงและทีมงาน โปรเจค 1/4 ขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่มาดูมาเป็นกำลังใจให้กับโปรเจคนี้อย่างอบอุ่น


Saturday, 1 June 2013

สูจิบัตรโปรเจค 1/4


"โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ"

4 ผู้กำกับ 1 นักเขียนบท กับละครสั้น 4 เรื่อง

บทละครโดย อรดา ลีลานุช




"นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก"
นักแสดง : ณัฎฐนันท์ ประเสริฐรัสมี,เบ็น โกศลศักดิ์
ผู้กำกับ : เบญจ์ บุษราคัมวงศ์

"สายน้ำกับสายลม"
นักแสดง : อรรถพล อนันตวรสกุล, อรดา ลีลานุช
ผู้กำกับ : สุกัญญา เพี้ยนศรี

"เสียงสะท้อนจากความเงียบ"
นักแสดง : วรุตม์ เข็มประสิทธิ์, เววิรี อิทธิอนันต์กุล
ผู้กำกับ : รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ

"ที่พักใจ"
นักแสดง : อาคีรา โหมดสกุล, เกรียงไกร ฟูเกษม
ผู้กำกับ : ศิริธร ศิริวรรณ


ทีมงาน
ดูแลการผลิต สินีนาฏ เกษประไพ อรดา ลีลานุช
ออกแบบและควบคุมแสง ทวิทธิ์ เกษปะไพ
ตัดต่อและควบคุมเสียง พลัฏ สังขกร
กำกับเวที สุธี ใจเพ็ง
บัตรและหน้างาน กอใจ อุ่ยวัฒพงศ์
ประชาสัมพันธ์ ลัดดา คงเดช
ออกแบบโปสเตอร์ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท
ถ่ายภาพ อดิเดช ชัยวัฒกุล วิชย อาทมาท จีรณัทย์ เจียรกุล


ขอขอบคุณ
สถาบันปรีดี พนมยงค์
น้ำดื่มตราโอมิซึ
และท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนศิลปะการละคร



Friday, 31 May 2013

ภาพบรรยากาศพูดคุยหลังละคร โปรเจค 1/4


"โปรเจค 1/4"

...เส้นทางระหว่างเขาและเธอ...



เราจัด Post Talk พูดคุยหลังละคร กับ ผู้เขียนบท ผู้กำกับทั้ง 4 เรื่อง และแขกรับเชิญพิเศษ (เฉพาะรอบวันเสาร์) เราจัดสองเสาร์

เสาร์แรก วันที่ 25 พ.ค. 56 พูดคุยกับแขกพิเศษ อ.ภาสกร อินทุมาร คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

ส่วนครั้งต่อไปคือเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 56 แขกพิเศษของเราคือ ครูหนิง อ.พันพัสสา ธูปเทียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ หากท่านผู้ชมท่านใดสนใจ ขอเชิญอยู่ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเราได้ค่ะ


Tuesday, 23 April 2013

โปรเจค 1/4 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ


พระจันทร์เสี้ยวการละคร เสนอ ละครแพ็คสี่เรื่อง


...เส้นทางระหว่างเขาและเธอ...ที่ริมขอบความฝันกับความจริง...



โปรเจค 1/4

4 ผู้กำกับ 1 นักเขียนบท กับละครสั้น 4 เรื่อง


ที่พักใจ
สายน้ำกับสายลม
นี่ไม่ใช่บทเพลงรัก
เสียงสะท้อนจากความเงียบ
     บทละครโดย อรดา ลีลานุช
     กำกับโดย รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ, สุกัญญา เพี้ยนศรี, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์, ศิริธร ศิริวรรณ



แสดงวันที่ 23-26, 30-31 พ.ค. และ 1-2 มิ.ย. 2556
รอบเวลา 19.30 น.
ที่ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ซ.ทองหล่อ)
บัตรราคา 350 บาท

Early Bird 300 บาท ***(โอนเงินก่อน 15 พฤษภาคม)***

จองบัตรโทร 081 929 4246 และ 084 174 2729

https://www.facebook.com/CrescentMoonTheatre







Monday, 22 April 2013

อบรมการแสดงเดือนเมษา Back to Basic : acting workshop #6



อบรมการแสดงเบื้องต้น Backl to Basic : acting workshop #6


พระจันทร์เสี้ยวการละครเปิดอบรมศิลปะการแสดงเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการแสดงมาก่อน ฝึกพื้นฐานและความเข้าใจการแสดง การสวมบทบาท และการด้นสด Improvisation
(รับจำนวนจำกัด 10 คน)

สอนโดย
สินีนาฏ เกษประไพ
นักแสดงและผู้กำกับจากพระจันทร์เสี้ยว ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2551 ผลงานด้านกำกับการแสดง เช่น แอนธิโกเน่, แสลง, คือผู้อภิวัฒน์, เส้นด้ายในความมืด นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยศิลปากร Ict

อบรมวันที่ 20-21 และ 27-28 เมษายน 2556 / เสาร์ - อาทิตย์ 4 วัน
เวลา 13.00 – 18.00 น.

ที่ Crescent Moon Space / สถาบันปรีดี พนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)
***มีค่าลงทะเบียน***
ข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 081 929 4246
Email: crescentmoontheatre@yahoo.com
https://www.facebook.com/CrescentMoonTheatre



ประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรมการแสดง Back to Basic #6
1. คุณจารุยศ สุวรรณบัตร
2. คุณปาลิตา สกุลชัยวานิช
3. คุณธัญวรัตน์ บุญฤทธิ์
4. คุณสุธี ใจเพ็ง
5. คุณเบียร์ ยิ่งสุวรรณชัย
6. คุณศิริธร ศิริวรรณ
7. คุณพิชวัฒน์ชัชวาลย์
8. คุณปฏิภาณ อินตระกูล
9. คุณธีระพงศ์ ปานเด
10. คุณเควินทร์ ลัดดาพงศ์
11. คุณสุรกิติ์ บูรณสิน
12. คุณสุกัญญา เพี้ยนศรี
13. คุณพลัฏฐ์ สังขกร
14. คุณเบญจ์ บุษราคัมวงศ์




เราเริ่มการอบรมสองวันแรกกันไปแล้วเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา

Sunday, 11 July 2010

บทวิจารณ์ "ไฟล้างบาป"

เราค้นไปเจอบทวิจารณ์ละครเวทีเรื่อง "ไฟล้างบาป" จากบล๊อกช.ช้างกระทืบโลง เลยนำมาแบ่งกันอ่านที่ หากใครสนใจอ่านบทวิจารณ์ละครเวทีเรื่องอื่นๆได้ที่นี่



ไฟล้างบาป
อาชญากรรมและการลงทัณฑ์ ?


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มิตรรุ่นพี่ท่านหนึ่งเคยเปรยขึ้นในวงสนทนาว่า “นรก” ในจินตภาพของคนไทยนั้น ดูๆ ไปก็ไม่ผิดกับครัว คือมีทั้งไฟ กระทะ และของมีคมนานาชนิด บรรดาสัตว์นรกทั้งหลายก็จะต้องมาชำระล้างบาปของตน ด้วยกรรมวิธีเฉกเช่นเดียวกับที่ “ของสด” ถูกหั่น สับ ปิ้ง ย่าง ต้ม แกง จนกลายเป็น “กับข้าว” ที่เป็น “ของสุก”

ไฟล้างบาป ของพระจันทร์เสี้ยวการละคร ที่เพิ่งกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง ก็ชวนให้ผมนึกถึงถ้อยคำของอาวุโสท่านนั้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะบางทีบางที่ “นรก” ก็อาจอยู่ถัดจากครัวไปอีกหน่อยหนึ่ง...

แน่นอนว่า สำหรับละครเรื่องนี้ (หรือเรื่องไหนๆ ก็เถอะ!) นักแสดงย่อมเป็นส่วนสำคัญ แต่ละคนของไฟล้างบาป ล้วนจัดอยู่ในระดับ “ยอดฝีมือ” ของวงการละครเวทีร่วมสมัยของเมืองไทย เช่น สินีนาฏ เกษประไพ เจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี พ.ศ. 2551 ในฐานะศิลปินร่วมสมัยด้านการละคร หรือ ฟารีดา จิราพันธุ์ ซึ่งถ้าให้เดา ก็มีท่าทีว่าคงจะได้รับเกียรติยศอย่างเดียวกันกับสินีนาฏในอีกไม่นานเกินรอ

แต่ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ก็คือบทละคร ซึ่งริเริ่มโดยนักแสดงทั้งสี่ของเรื่องนี้เอง ในการจัดเวิร์คช็อปของเพต้า (PETA - Philippines Educational Theatre Association) ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในปี พ.ศ. 2549 และพัฒนาต่อมา จนได้ออกตระเวนทัวร์แสดงตามสถาบันการศึกษาต่างๆ นับสิบแห่งในประเทศ และล่าสุด ก่อนหน้าการแสดงครั้งล่าสุดนี้ พวกเธอๆ ก็เพิ่งกลับมาจากการนำละครไปแสดงในเทศกาล Mekong Arts and Media Festival 2009 ที่โรงละครจตุมุข กรุงพนมเปญ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมานี่เอง



ไฟล้างบาป เริ่มต้นขึ้น ณ สถานที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง จะด้วยเหตุผลกลใดไม่แน่ชัด ผู้หญิงแปลกหน้าสามคนมาพบกัน มีทั้ง “ป้าทอม” หนุ่มใหญ่ในร่างหญิง (สินีนาฏ เกษประไพ) ลูกจ้างทำงานบ้าน (ศรวณี ยอดนุ่น) และดาราสาวคนดัง (ฟารีดา จิราพันธุ์) ในไม่ช้า พวกเธอก็ตระหนักว่า ตัวเองตายไปแล้ว และสรุปกันว่า สถานที่แห่งนั้นคงต้องเป็น “นรก”

แต่นรกขุมนั้น ไม่มีเปลวไฟ และไม่มียมบาลใส่หมวกเขาควาย ทว่า จู่ๆ ก็มีกองเสื้อผ้าสกปรก กะละมัง 3 ใบ และผงซักฟอกกล่องใหญ่ขนาดเท่ากระเป๋าเดินทาง หล่นลงมา พวกเธอทั้งสามก็สำเหนียกว่า ในเมื่อที่นั่นเป็นนรก พวกเธอก็ย่อมมีหน้าที่ต้องชดใช้ความผิดบาปที่เคยกระทำมาเมื่อครั้งยังมีชีวิต จึงก้มหน้าก้มตาซักผ้า ชำระล้างบาปไป

ชีวิตซ้ำซากเวียนวนในนรกขุมซักผ้านี้ ดำเนินไปควบคู่กับการที่ผู้หญิงแต่ละคน เริ่มผลัดกันเล่าเท้าความถึงชีวิตเมื่อยังอยู่บนโลกมนุษย์ของตน ไม่ว่าจะเป็น “ป้าทอม” กับความรักแบบ “หญิงรักหญิง” ที่ถูกสังคมประณามว่าผิดเพศ ดาราสาวกับพฤติกรรม “ฉาวโฉ่” ในชีวิตส่วนตัว รวมทั้งเด็กสาวบ้านนอก ผู้ถูกกลุ่มชายโฉดรุมข่มเหง สร้างตราบาปให้แก่ชีวิตเธอ

แต่ครั้นแล้ว ทุกคนก็เริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เธอ “เป็น” นั้น มันเป็นความผิดบาปอย่างมหันต์ถึงขนาดที่ต้องตกนรกหมกกะละมังอยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์เช่นนั้นเชียวหรือ พวกเธอจึงกู่ก้องตะโกนเรียกหา “ท่าน” เพื่อทวงถาม
ในที่สุด “ท่าน” (สุมณฑา สวนผลรัตน์) ก็ปรากฏตัวออกมา เป็นสาวใหญ่ในชุดขาว ด้วยมาดสตรีหมายเลขหนึ่ง ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนว่า เหตุใด “ท่าน” (พระเจ้า? ยมบาล? ใคร?) จึงเป็นผู้หญิง ต่างกับภาพที่มักนึกกันโดยทั่วไปว่าผู้มีอำนาจสูงสุดในจักรวาลจะต้องเป็นเพศชาย

ยิ่งไปกว่านั้น “ท่าน” ซึ่งสั่งให้ทุกคนเรียกเธอว่า “โกลดี้” ก็ย้อนถามทั้งสามสาวว่า มีใครบอกให้เธอไปซักผ้าหรือไม่ ? หรือพวกเธอทำไปเองเพียงเพราะความเคยชิน ? ทั้งยังสำทับด้วยว่า กะละมังนั้น ถ้าไม่หงายใส่น้ำซักผ้า ก็สามารถคว่ำลงใช้วางเท้าได้!

เช่นเดียวกับ “โทษบาป” ที่ทั้งสามคนแบกรับไว้นั้น ล้วนไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร ไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่สิ่งที่ต้องชดใช้ด้วยการลงโทษทัณฑ์ ว่าแล้ว โกลดี้ก็ลุกขึ้นเต้น จับมือกับสามสาว พากันเต้นออกไปจาก “นรกแม่บ้าน” นั้น...

ไฟล้างบาป ใช้เวลาแสดงเพียงไม่ถึงชั่วโมง แต่ก็นำเสนอ “สาร” ได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น

ประเด็นที่ว่าด้วย “คำพิพากษา” ที่สังคมมีแก่ผู้หญิง ว่า ผู้หญิง “ที่ดี” หรือ “ปกติ” นั้น ต้องมีคุณสมบัติเช่นไร ควรต้องทำอะไร มีเพศสัมพันธ์แบบไหน กับใครได้บ้าง ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างภาวะจำยอม และเป็นภาระที่ต้องแบกติดตัวไปตลอดชีวิต (หรือเลยไปกว่านั้นด้วย...)

แม้ประเด็นเหล่านี้ อาจดูเหมือน “เกือบ” จะเชย เพราะก็มีการหยิบยกมานำเสนอบนเวทีละครของกลุ่มละครเล็กๆ ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่มันยังไม่เชย ก็เพราะนอกโรงละคร พ้นไปจากเวทีเล็กๆ นั้น ในโลกจริงข้างนอก การฉกฉวยโอกาสจากร่างกาย และ “ความเป็นหญิง” ก็ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป เหมือนที่เคยเป็นมา ซ้ำร้าย ยิ่งทวีความรุนแรงและความแยบยลขึ้นเป็นลำดับ

และผมก็เชื่อ – ด้วยความเศร้าใจยิ่ง – ว่า ไฟล้างบาป จะยังสามารถนำกลับมาขึ้นเวที (Restage) ซ้ำแล้วซ้ำอีกได้นานปี โดยยังไม่ล้าสมัยง่ายๆ


ไฟล้างบาป (Restage)
พระจันทร์เสี้ยวการละคร
นักแสดง สินีนาฏ เกษประไพ, ศรวณี ยอดนุ่น, ฟารีดา จิราพันธุ์, สุมณฑา สวนผลรัตน์
Crescent Moon Space สถาบันปรีดี พนมยงค์
3-7 ธันวาคม 2552


ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Vote ฉบับที่ 117 ปักษ์หลัง พฤษภาคม 2553
เขียนโดย ช้าง กระทืบโรง


ขอขอบคุณ:
ช.ช้างกระทืบโลง
ภาพถ่ายโดย:
จีรณัท เจียรกุล

Friday, 25 June 2010

บทวิจารณ์ “สุดทางที่บางแคร์”

บทวิจารณ์ "สุดทางที่บางแคร์"
จากเว็บวิจารณ์แบบไร้ปราณี

ดูที่นี่:
http://www.barkandbite.net/



ผมเคยนั่งคิดว่าถ้าผมแก่ตัวไปจะเป็นอย่างไร จะเหมือนกับที่ผมเห็นคุณปู่คุณย่าที่กลายเป็นภาพของคนแก่ขี้บ่น อารมณ์ร้อน แบบเดียวกับในความทรงจำของผมหรือเปล่า และถ้าเป็นอย่างนั้น วันเวลาดังกล่าวผมจะคิดอะไรกันแน่

แม้อาจจะทำให้ผมแก่ลงไปจริง ๆ แต่การดูละคร “สุดทางที่บางแคร์” ฝีมือการกำกับของปานรัตน กริชชาญชัย ก็พอจะทำให้ผมได้เห็นมุมมองและเข้าใจคนสูงอายุมากขึ้น ได้มีประสบการณ์ช่วงหนึ่งที่จะเข้าใจภาวะของ “การแก่ตัวลง” และไม่วายที่จะคิดพร้อมรอยยิ้มว่าผมรู้สึกพร้อมจะรับความแก่ขึ้นมาบ้างนิดนึงแล้วล่ะเรื่องราวของ “สุดทางที่บางแคร์” เป็นเรื่องราวในวันที่เหมือนจะทั่ว ๆ ไปของเหล่าหญิงชราสามคนที่บ้านพักคนชรา ซึ่งก็ไม่พ้นการพูดคุย หากิจกรรมทำเรื่อย ๆ ทะเลาะ ง้องอนกับบรรดาเพื่อนร่วมหลังคาเดียวกัน ซึ่งภายในเรื่องราวเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วย “ชีวิต” ที่กำลังโลดแล่นแม้ว่าภายนอกจะอ่อนโรยลงไปด้วยวัยแล้วก็ตาม

ผมเองก็ไม่เคยอ่านบทละครดั้งเดิมอย่าง Heroes ของ Tom Stoppard ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจก่อนจะมาเป็นบทละครเรื่องนี้ แต่ในมุมมองของผมที่รู้สึกไปกับบทละครเวอร์ชั่นภาษาไทยนั้น ผมเห็นความละเมียดละไมของ “มนุษย์” ผ่านบทสนทนาที่มีส่วนผสมของทั้ง เหตุผลที่ปะติปะต่อกัน และการไร้เหตุผลปนไม่เป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นเสน่ห์สำคัญของบทละครที่กลายเป็นเหมือนความท้าทายของนักแสดงและผู้กำกับที่จะถ่ายทอดแก่นของเรื่องออกมา

เราคงจะงง ๆ อยู่บ้างกับบทสนทนาที่ดูไม่ค่อยต่อเนื่องและเรียงร้อยเรื่องราวแบบที่เรา ๆ พูดกัน (จนเผลอ ๆ บางคนอาจจะคิดว่านี่เป็นละคร Absurd ไปแล้ว) แต่ในความจริง หากจับหลักเรื่องราวและตัวตนของตัวละครแต่ละตัว ตั้งแต่ พวงเพ็ญ หญิงแก่ไฮเปอร์ผู้เต็มไปด้วยเรื่องราวตื่นเต้น สุวรรณีหญิงชราผู้ชอบนั่งมองและวิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ และยาใจ ผู้ที่เต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว เราจะเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหวาดกลัวของแต่ละคนหลังจากใช้ชีวิตมาเนิ่นนานและการพยายามหลีกหนีความจริงของชีวิตรวมทั้งสังขารที่นับวันก็จะยิ่งเสื่อมไป คำพูดและบทสนทนาที่อาจจะรู้สึกว่าเยอะแท้จริงแล้วคือกระจกเงาที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ออกมานั่นเอง

ความรู้สึกหนึ่งที่น่าคิดไม่น้อยจากการนั่งดูชีวิตของทั้งสามคน คือการหาคำตอบว่าในภาวะของคนแก่นั้นจะรู้สึกอย่างไร ในช่วงเวลาที่ชีวิตเต็มไปด้วยความทรงจำทั้งสุขและทุกข์และร่างกายที่ไม่ได้เป็นไปแบบอดีตอันรุ่งโรจน์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความหวังที่จะจุดไฟชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เช่นการรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเวลาเห็นชายหนุ่ม การผจญภัยไปที่ไกล ๆ ฯลฯ เพื่อจะได้กลบความจริงของสังขาร รวมไปถึงกระบวนการที่จะ”จัดการ” กับความทุกข์ที่ได้จากความจริงของตัวเอง

หนึ่งในสิ่งที่เราเห็นอยู่บ่อย ๆ (หรือไม่ก็รู้สึก) คือการพยายาม “หลีกหนี” “ปกปิด” “เลี่ยงการเผชิญหน้า” กับสิ่งที่ความชรานำมาให้กับตัวละคร เช่นความโดดเดี่ยว อ้างว้าง หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับความตายที่อยู่รอบตัว ทั้งจากเพื่อนร่วมวัยและกับตัวเอง ซึ่งนี่น่าจะเป็นสิ่งที่ตรึงเข้าไปในหัวใจของผู้ชมมากที่สุดอย่างหนึ่งจากการแสดงละครเรื่องนี้

และก็คงเป็นความลงตัวที่สมบูรณ์จากบทที่ละเอียดละอ่อนที่ถูกส่งมอบต่อให้กับนักแสดงที่มากฝีมือ ซึ่งรับส่งบทและการแสดงกันได้อย่างคมกริบและกลายเป็นจุดสำคัญมากที่ทำให้เรื่องเดินได้อย่างไม่สะดุด แม้ในบรรยากาศที่ดูอ้างว้างและ “สูงอายุ” จากตัวละคร แต่ละครกลับกระฉับกระเฉงและกระชับโดยไม่ได้เอื่อยเฉื่อยยานคางจะอยากจะหลับตาลงแต่อย่างใดเลย ซึ่งผู้เขียนเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้านักแสดงเป็นมือสมัครเล่นที่ยังขาดประสบการณ์แล้วล่ะก็ละครจะเละไม่เป็นท่าแค่ไหน ในขณะเดียวกัน ถ้าบทสนาที่ค่อนข้างเยอะไม่ได้รับการนำเสนอไปกับการแสดงที่คมคายแล้วล่ะก็ คนดูก็คงจะเบื่อหน่ายกับคำพูดวก ๆ วน ๆ เป็นแน่แท้

ความรู้สึกดี ๆ อีกอย่างที่ได้จากการชมละครคือการสัมผัสบรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้างลงตัวมากของฉาก แสง และเสียง (ที่มีทั้งเพลงบรรเลงและเพลงเก่าสมัยพ่อแม่เรายังวัยรุ่น) ที่แม้จะไม่ได้อัศจรรย์เทคนิคแพรวพราวหรือฉูดฉาด แต่ความเรียบง่ายแต่ชัดเจนนั้นแหละที่ช่วยกันหล่อหลอมโรงละคร Crescent Moon Space ให้ผู้ชมสามารถรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้ว่านี่คือระเบียงของบ้านพักคนชราที่ร่มรื่นเสียเหลือเกิน




ส่วนที่ผมอาจจะติงละครเรื่องนี้อยู่ (ถ้าคิดว่ามันจะเป็นปัญหาอยู่) ก็อาจจะเป็นว่าละครเรื่องนี้คงจะเหมาะกับคนที่มีจริตในการเสพศิลปะระดับหนึ่ง เพราะบทสนทนาในละครอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่พยายามเปิดรับมุมมองอื่น ๆ นอกจากที่เห็นชีวิตประจำวันเท่านั้น หรือกับอีกพวกคือคนที่ปรารถนากับเสพเนื้อความแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยของสมอง

สำหรับผมแล้ว สุดทางที่บางแคร์ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนการดื่มกาแฟอุ่น ๆ รสเยี่ยมที่ริมทางเดินของบ้านบนภูเขาที่มองไปเห็นทะเลชีวิตที่ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับสายลมเบา ๆ โชยผ่านให้รู้สึกทั้งอิ่มเอิบกับชีวิต แต่ก็ไม่วายที่จะหวาดกลัวขึ้นมาบ้างเมื่อต้องคิดว่าผมไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไปหรอก


ขอขอบคุณเว็บไซด์วิจารณ์ Bark and Bite




Monday, 14 June 2010

พรีวิว "สุดทางที่บางแคร์"

ชม "สุดทางที่บางแคร์" รอบพรีวิว (ฟรี )
รอบวันพุธที่ 16 มิถุนายน 2553 รอบเดียว 20 ที่เท่านั้น ...



ขอเชิญชม "สุดทางที่บางแคร์" รอบพรีวิว (ฟรี ) รอบวันพุธที่
16 มิถุนายน 2553 รอบเดียว 20 ที่เท่านั้น ...

“สุดทางที่บางแคร์” บทและกำกับโดย ปานรัตน กริชชาญชัย นำแสดงโดย ปริยา วงษ์ระเบียบ เยาวลักษณ์ เมฆกุลวิโรจน์ ฟาริดา จิราพันธุ์


16-27 มิถุนายน 2553 (ยกเว้น วันจันทร์ และ อังคาร)
ณ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว
เวลา 20.00 น.
จองบัตรที่ 0867877155

แล้วคุณจะรู้ว่า....อะไรที่คุณควรแคร์