welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers
Showing posts with label The Rice Child. Show all posts
Showing posts with label The Rice Child. Show all posts

Thursday, 28 October 2010

วาวาและเพื่อน


รูปสวยๆของวาวและผองเพื่อน

ภาพถ่ายโดย ชลันดา


หมดรอบแล้วนะวาวา, ข้าว, ส้ม, ชมพู่, แกละ และ จุก หวังว่าจะได้เล่นกันใหม่...โอกาสหน้า....











Wednesday, 27 October 2010

บทวิจารณ์ วาวา "The Rice Child"

WaWa – The Rice Child
– เบิกบานและละเอียดอ่อน (B+)
by nuttaputch / from Bark & Bite


การทำละครหรือการแสดงให้เด็กดูเป็นหนึ่งในโจทย์ที่จะว่าง่ายก็ง่าย หรือจะว่ายากก็ยาก เพราะหลายคนก็เลือกเส้นทางง่าย ๆ ในการพูดสารเชิงจริยธรรมให้กับเด็กแบบตรง ๆ ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรแต่เน้นการสร้างสีสันให้ตื่นตาตื่นใจและดึงความสนใจของเด็กไว้ได้ ในขณะที่บางคนก็อาจจะเลือกกลอุบายการเล่าเรื่องอื่น ๆ มาเล่าอย่างแยบคายดังจะเห็นได้จากเรื่องของนิทานอีสป

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องดูแต่ความเจนจัดของฝีมือและมุมมองของคนที่จะทำละครเด็กนั่นแหละ ว่าจะทำอย่างมาแล้วเวิร์คหรือเหลวเป๋วกันแน่

และสำหรับผม “วาวา The Rice Child” จากพระจันทร์เสี้ยวการละคร เป็นละครหุ่นสายที่เลือกเส้นทางในการพูดเรื่องของ “เด็ก” ให้ “เด็กและผู้ใหญ่” ฟังได้อย่างลงตัว ทั้งเนื้อหาและวิธีการนำเสนอที่สวยงามและน่าประทับใจชนิดเกินความคาดหมาย!!!

เรื่องราวของ วาวา The Rice Child นั้นเดินเป็นเส้นตรง ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลยแม้แต่น้อย เริ่มตั้งแต่เด็กหญิงวาวาที่เป็นเด็กต่างถิ่นมาในโรงเรียนชาวไทย จนโดน “ข้าว” เด็กชายชาวไทยรังแกบนปมของการ “ไม่ได้เป็นคนไทย” จนทำให้วาวากลายเป็นเด็กที่โดนกลั่นแกล้ง และแปลกแยกจากคนอื่น ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าวได้เรียนรู้ว่าไม่มีใครสนุกกับการถูกกลั่นแกล้ง จนทำให้เขาเดินกลับไปขอโทษวาวาและได้สร้างสัมพันธ์ของ “เพื่อน” ขึ้นมาใหม่บนรอยยิ้มของเด็กทุกคน

จากเนื้อเรื่องง่าย ๆ นี้ทำให้แก่นของเรื่องที่ว่าถ้าเรามองข้ามความแตกต่างและมองเข้าไปในใจของคนแต่ละคน เราจะสามารถเป็นมิตรได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ นั้นชัดเจนอย่างง่ายดาย แถมเสริมด้วยวิธีการใช้เพลงเป็นองค์ประกอบในการเล่าแก่นนี้เพื่อจะสามารถจูงใจผู้ชมได้อย่างประทับใจ

อันที่จริง กลวิธีต่าง ๆ ที่ใช้ในละครหุ่นเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่เรารู้กันดีว่าจะสามารถดึงดูดและเข้าถึงเด็กได้ ตั้งแต่การใช้หุ่นสาย การใช้ดนตรี และเพลง หรือแม้กระทั่งการฉายกภาพของการ “วาดทราย” เพื่อสร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับเด็ก แลพก็ไม่แปลกอีกนั่นแหละที่เด็ก ๆ จะชอบและจ้องเขม็งจนสมาธิดีกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ เสียด้วยซ้ำ ซึ่งต้องของชมทีมงานและผู้กำกับการแสดง “สินีนาฏ เกียรติประไพ” ที่เลือกนำสื่อผสมต่าง ๆ มารวมกันบนพื้นฐานที่เข้าใจพฤติกรรมและจิตวิทยาในการสื่อสารกับเด็ก ได้อย่างลงตัว

แต่ไม่ใช่ว่าการสร้างความตื่นตาตื่นใจจะเพียงพอกับการทำละครเด็กให้สมบูรณ์ได้ สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าคือการลงรายละเอียดของแต่ละจังหวะในการแสดง ซึ่งละครเรื่องนี้ทำได้อย่างดียิ่ง ตั้งแต่การเชิดหุ่นให้ใกล้เคียงกับพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีจังหวะของการคิด การตรึกตรองก่อนที่จะลงมือกระทำอะไร รวมไปถึง Reaction ที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง ในขณะเดียวกัน แม้หุ่นเชิด (รวมทั้งคนเชิด) จะไม่ได้มีบทพูดเยอะ แต่ก็อาศัยตัวท่าทางที่ละเอียดอ่อนของหุ่นในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างสวยงาม (ซึ่งก็ต้องให้เครดิตกับคณะหุ่น “แกะดำดำ” ที่ออกแบบหุ่นดังกล่าวด้วย) นอกจากนี้แล้ว สื่อผสมอื่น ๆ อย่างจอฉายภาพแผ่นใส หรือเทคนิควาดทรายก็เป็นส่วนผสมที่ “เลือก” มาแทนบทสนทนาหรือการบรรยายได้อย่างดี

ที่ผู้เขียนชื่นชอบมากเป็นพิเศษสำหรับโปรดักชั่นละครเรื่องนี้คือการอาศัยสิ่งที่ทำอะไรอย่างง่าย ๆ และไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่สามารถสร้างความประทับใจได้ด้วยกลวิธีผสมผสานและส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพราะถ้าใครที่เข้าไปดูละครเรื่องนี้ใน Crescent Moon Space แล้วอาจจะคิดได้ว่าเป็นงานละครเด็กที่ “บ้าน ๆ” และ “กันเอง” มากเสียเหลือเกิน ตั้งแต่ดนตรีสดจากคีย์บอร์ด หรือการฉายสไลด์ภาพด้วย “เครื่องปิ้งแผ่นใส” ที่เราคุ้นเคย และถ้าใครเหลือบมองก็จะเห็นว่าวิธีทำ animation ของแผ่นใสดังกล่าวนั้น “ซื่อ” เกินบรรยายเลยจริง ๆ

แต่ถ้าถามว่าส่วนไหนที่ผู้เขียนจะรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่บ้าง คือ “ทำนอง” ของละครทั้งเรื่องที่เหมือนจะชะงักตรงกลาง ๆ เรื่องที่ดูยังขาดหายไปหลังจากโหมโรงอย่างตื่นตาตื่นใจในตอนต้นเรื่อง ซึ่งแม้จะเข้าใจได้ว่าต้องการความเงียบในจังหวะที่ต้องการสื่อสารเรื่องความเศร้าและความเดียวดาย แต่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีกลวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยทดแทนและหล่อเลี้ยง “อารมณ์” ของเรื่องให้ต่อเนื่องและบันเทิงเริงใจได้อยู่ตลอดเวลา (ซึ่งจะเห็นความเจนจัดเรื่องนี้มากในบรรดาการ์ตูนเด็กของญี่ปุ่น)

อย่างไรซะ วาวา The Rice Child ถือเป็นละครเด็กที่ดีเอามาก ๆ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้อย่างง่าย ๆ มีเนื้อหาที่สื่อสารอย่างตรงตัวแต่แยบคายด้วยกลวิธีที่ร้อยเรียงมันออกมา เป็นสื่อที่ไร้สารพิษสำหรับเด็ก และเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ใหญ่ที่คิดจะไปทำ Detox ด้านจิตใจกันเสียบ้าง


see more:
http://www.barkandbite.net/2010/10/thericechild/