welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful

Sunday, 25 January 2009

นพพันธ์กับวันของละครเวที


เก็บข่าวจากนิตยสาร Happening ประจำเดือนมกราคมนี้มาให้อ่านกัน ในฉบับนี้มีคอลัมน์ A Year in their Lives สัมภาษณ์คนดังหลายๆคน หนึ่งในนั้นก็มีคนละครเวทีรวมอยู่ด้วย คือ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ ปีที่ผ่านมาเขาทำละคร 3 เรื่อง และแสดงที่ Crescent Moon Space ทั้งสามเรื่อง จนใครหลายๆคนเข้าใจว่าเขาจะยึดพระจันทร์เสี้ยวการละคร เคยถามเขา เขาบอกว่าชอบพื้นที่ในโรงละครเล็กๆแห่งนี้ มันทำให้เขาคิดอะไรได้หลายๆอย่าง อ้นเคยร่วมงานกับพระจันทร์เสี้ยวใน “Antigone” และ “ความฝันกลางเดือนหนาว” ในปี 2549 และล่าสุดมาร่วมวาดภาพเขียนทรายใน “หยดน้ำตาในทะเล” งานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน และจะมาร่วมโครงการ อ่าน(เรื่อง)รัก ในเดือนหน้านี้ ตอนนี้มาลองอ่านบทสัมภาษณ์เขากันว่าปีที่แล้วในความคิดเขาเป็นอย่างไรบ้าง

นพพันธ์กับวันของละครเวที
โดย วิภว์ บูรพาเดชะ
จากนิตยาสาร Happening ประจำเดือนมกราคม 2552



แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการละครเวทีไม่นานแต่ในช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่ ก็น่าจะเป็นคนละครที่ขยันที่สุดแล้ว เพราะเขาทำละครเองถึง 3 เรื่อง (เรื่องแรกยังถูกนำกลับมาเล่นซ้ำในเทศกาลละครกรุงเทพ 2551) และยังไม่นับที่เขาไปร่วมเล่นละครเวทีกับใครต่อใครอีกหลายเรื่อง

ละครของนพพันธ์จัดแสดงในโรงละครเล็กๆอย่าง Crescent Moon Space เป็นหลัก เป็นละครเวทีที่ดูง่าย ยิ่งสองเรื่องหลังเข้าขั้นสนุกสุดเหวี่ยง แต่ทุกเรื่องก็มีความแตกต่างกันอยู่ จากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนใน ดอกไม้ในแสงแดด มาสู่ละครเวทีแนวทดลองกวนๆ ชื่อ Welcome to Nothing และต่อด้วยงานฟีลกู๊ดเรื่องของเด็กชายช่างฝันที่ต้องเดินทางไปอยู่กับครอบครัวแปลกๆที่ต่างจังหวัดใน ฝากหัวใจไว้ที่อุบล แต่ในความต่างก็มีความห่ามเล็กๆ และพยายามทดลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ จนทำใหใครหลายคนกลายเป็นแฟนประจำของนพพันธ์ไปแล้ว

“ผมแค่คิดว่า ถ้าเราไม่ทำละครเวทีแล้วจะทำอะไร มีวัตถุดิบอยู่แล้วบทก็เขียนไว้แล้ว ตัวแสดงก็มี”
อ้นอธิบายที่มาของความขยัน “ผมไม่ได้เร่งตัวเองให้ทำ แต่ผมชอบทำงานกับเพื่อน ชอบตอนซ้อมที่หัวเราะขำกัน ชอบที่มีภาพในหัวว่า คนดูเขาจะเห็นฉากนี้อย่างนี้มันน่าจะขำดี หรือมันน่าจะเหี้ยดีนะ แม้แต่ตอนนั่งทำโปสเตอร์ผมก็ชอบ คือ ผมชอบทุกๆขั้นตอนของละครเวทีเลยนะครับ” เขาหัวเราะขำ “ทำละครมันสนุกจริงๆ แต่ปีนี้ผมได้เรียนรู้ชีวิตด้วย รู้นิสัยคน เรียนรู้ตัวเองด้วย เห็นตัวเองในงาน เห็นตัวเองในการดีลกับคน รู้ว่าเรายังควบคุมตัวเองไม่ได้ในบางเรื่อง แล้วก็ได้รู้ว่าเครียดไปก็ไม่ดี ก็เริ่มไม่ยึดติดนะ”

ปีที่ผ่านมาทำให้อดีตกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่เคยเป็นดาราหนังคนนี้ได้เรียนรู้มาเยอะแล้ว ในปี 2552 อ้นเลยตั้งใจจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เขาน่าจะมีโครงการแปลกๆอย่างงานวิดิโอหรือหนังสั้นมาให้เราดู แต่แน่นอน สิ่งที่อ้นทิ้งไม่ได้แน่ๆก็คือสิ่งที่ทำให้เขารู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น-ละครเวที

ตอนนี้เขากำลังคิดงานใหม่ๆที่น่าจะจัดแวดงในปีนี้ แต่ที่แน่ๆเขาจะแสดงเดี่ยวครั้งแรก ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ใน H-A-M-L-E-T: The Techno Drama เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับ New Theatre Society กำกับโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ โปรดติดตามกันต่อที่นี่ Crescent Moon Space

No comments: