welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful

Saturday, 15 August 2009

สูจิบัตรเชียร์

ผู้กำกับ
กวินธร แสงสาคร
กำกับการเชียร์การศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ดันมาสนใจงานด้านละคร (จนแม่ถามว่าเรียนไปทำไม) เข้าร่วมเป็นสมาชิกพระจันทร์เสี้ยวการละครปี 2542 แสดงเรื่อง คือผู้อภิวัฒน์ 2475 ความฝันกลางเดือนหนาว (จำไม่ได้แล้ว) และมีผลงานการแสดงกับกลุ่มต่างๆ ผลงานล่าสุดกำกับละครเวที เรื่อง รักบังตาเข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการแสดงและสื่อผสม Asian Performance and Multi-Media Arts Workshop ในงาน 40 ปี อาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันทำงานด้านผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งคุมคุมการผลิต และตัดต่อหลายรายการ เช่น เกษตรกรคนเก่ง Station Five กำกับโฆษณา กยศ. ชุดรอ ฯลฯ

นักแสดง
เกรียงไกร ฟูเกษม
เรียนจบวิทยาศาสตร์ ลาดกระบัง แต่ออกมาหากินกับการทำละครมานานหลาย

ปี และตอนนี้ก็ยังทำอยู่ ทำงานกับกลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยวมาหลายเรื่อง และได้ร่วมกันเฉพาะกิจกับกลุ่มละครสมมุติ รวมทั้งได้มีโอกาสร่วมงานกับNew Theatre Societyด้วย แต่บ้านเกิดก็ยังคงเป็นพระจันทร์เสี้ยวการละครที่นี่ที่เดิม ชื่อเรื่องที่เคยได้แสดงและร่วมงานคงไม่ต้องบอกเพราะคนที่ดูละครคงคุ้นหน้าค่าตากันจนเบื่อแล้ว งานด้านอื่นๆ ทั้งอ่านสารคดี จัดรายการวิทยุคลื่น Fm 92.5 และ 98 Mhz โปรดติดตามผลงานของผมกันต่อต่อไป จะไม่ทำให้ผิดหวัง...อิ..อิ

ศักรินทร์ ศรีม่วง
ผลงานด้านดนตรี เป็น Producer, Sound Engineer, Songwriter, Music Directer & Musician ให้กับศิลปิน เพลงประกอบรายการ ละครเพลง ละครเวที เช่น ละครเวทีนางนาคเดอะมิวเซียม ฯลฯ ผลงานการแสดงละครเวที มี เรื่อง Animal Farm the Musical อักษรศาสตร์ ม.จุฬาฯ, เงาฆาตกรเกมฆาตกรรม ศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธุรกิจฯ ชายกลาง , ประสาทแตก อักษรศาสตร์ ม.จุฬาฯ, ทราม กลุ่มละครเสาสูง เทศกาลละคร BTF อ่านเรื่องรัก กลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว, Lift out (ดนตรีประกอบ) ฯลฯ

สายฟ้า ตันธนา
เริ่มเล่นละครเวทีขณะศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต และได้แสดงและทำละครเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่คณะละครมรดกใหม่ จากนั้นร่วมกับเพื่อนตั้งกลุ่มละครดรีมมาคส์ ได้ร่วมงานแสดงกับคณะละครแปดคูณแปด พระจันทร์เสี้ยวการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันทำละครของตัวเองในนามกลุ่มออนบ็อกซ์ และยังคงร่วมงานกับคณะละครอื่นด้วย

ฉัตรชัย พุดซ้อน
เรียนจบ บริหารธุรกิจเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เอกการละคร …เริ่มต้นการทำงานจากการ Workshop โดยพระจันทร์เสี้ยวการละคร และร่วมสร้างงานและแสดงละครกับพระจันทร์เสี้ยวมาโดยตลอด ปัจจุบันผันตัวเองเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เป็นฝ่ายจัดการกองถ่าย ผู้คัดเลือกนักแสดง รวมทั้งการฝึกสอนการแสดง อาทิ “Last life in the Universe” “Okay Baytong” “The Letter” และอื่นๆอีกมากมาย ล่าสุดเป็นผู้คัดเลือกและฝึกสอนการแสดงเรื่อง “ความสุขของกะทิ” ยังมีงานเล็กงานน้อยอีกมากมายซึ่งถ้าต้องการทราบโปรดไปถามเจ้าตัวเองที่ร้านสังคมนิยม ถนนพระอาทิตย์เพราะเป็นเจ้าของร้านอยู่ที่นั่นด้วย

ธเนศ ม่วงทอง
มีหลายคนถามว่าเรียนจบอะไรมา...ตอบอย่างภาคภูมิ..."จบวิศวะครับ เอกการแสดง !! เริ่มเล่นละครตอนเข้าชมรมศิลปะการแสดงและวรรณกรรมที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ตั้งแต่ปี 2540 จากนั้นก็ตกหลุมรักละครเวทีมาตลอด หาโอกาสที่จะได้เล่นละครอยู่เสมอๆ จนได้ร่วมเล่นกับหลายๆ คณะ ทั้ง Production น้อยใหญ่ โดยเฉพาะกับพระจันทร์เสี้ยวการละคร หลังจากที่ล้างราเวทีไปนานหลายปี กลับมาคราวนี้ต้องเคาะสนิมกันยกใหญ่แต่รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ภูมิฐาน ศรีนาค
จบการศึกษาปริญญาตรีจาก ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มีผลงานละครกับคณะละครหุ่นเงาพระจันทร์พเนจรฯ เช่น พระจันทร์อร่อยไหม, เด็กชายเจ้าอารมณ์, กระดึ๊บ กระดึ๊บ, นิทานริมฝั่งโขง ร่วมงานกับ พระจันทร์เสี้ยวการละคร เรื่อง แอนธิโกเน ,Whisper of the River และ Sea Beside ดูแลเทคนิคด้านภาพให้กับเรื่อง คอย ก.ด. ร่วมงานกับกลุ่ม B-Floor เรื่อง Fear Dynasty และล่าสุดเรื่อง Something Else


ทีมงาน
ที่ปรึกษา สินีนาฏ เกษประไพ และ ทวิทธิ์ เกษประไพ
กำกับการแสดง กวินธร แสงสาครบท กวินธร และเพื่อนๆ
ควบคุมการผลิต ศรวณีย์ ยอดนุ่น และ กมลภัทร อินทรสร
กำกับเวที กมลภัทร อินทรสร , ดลฤดี จำรัสฉาย ภูมิฐาน ศรีนาค
ออกแบบและควบคุมแสง พลัฏฐ์ สังขกร
ออกแบบฉาก ประวิทย์ หิรัญพฤกษ์
วีดีโอ กวินธร แสงสาคร , กมลภัทร อินทรสร ภูมิฐาน ศรีนาค
ควบคุมเสียงและควบคุมวีดีโอ กมลภัทร อินทรสร
ออกแบบการเคลื่อนไหว ฟารีดา จิราพันธ์
ดูแลบัตร ศรวณีย์ ยอดนุ่น , ดลฤดี จำรัสฉาย
ประชาสัมพันธ์ สินีนาฏ เกษประไพ ,บูรณิจฉ์ ถิ่นจะนะ




DIRECTOR NOTE
ดัดแปลงและแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Hart’war (สงครามบัญญัติวีรบุรุษ) ที่พูดถึงความขัดแย่ง การเหยียดผิว การใส่ร้าย จนก่อให้เกิด ผู้ที่ถูกสังเวย เป็นแพะรับบาป (ซึ่งดูแล้วอาจจะหนักเกินไป) แต่ละครเรื่องเชียร์ ได้ดัดแปลงและนำเสนอเนื้อหาใหม่ให้ดูสนุกดูสบายๆ แอบเสียดสีเหตุการณ์รอบๆตัวเราในรูปแบบการสืบสวนสอบสวนชวนอมยิ้ม กับคดีพิสดารในห้องแต่งตัวนักกีฬา พร้อมด้วยลีลาการเชียร์ฟุตบอลสุดมันจากเหล่านักแสดงชาย ทั้ง 5 คน และนักแสดงรับเชิญหลายคน(บังคับมาก็มี) ที่มาร่วมสนุกในการเชียร์ฟุตบอลครั้งนี้ ผู้ชมก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเชียร์ไปพร้อมกับพวกเรา แล้วจะได้รู้ว่า ทุกวันนี้พวกเรา...เชียร์เป็นหรือเปล่า (สี...สู้ๆ สี...สู้ตาย)

No comments: