welcome to crescent moon space

welcome to crescent moon space
small but beautiful small alternative space for theatre lovers

Monday, 16 February 2009

Water Time เล่นจริงแล้ว




Water Time
(Mizuno Zikan)


"เวลาทะเลาะกับแฟน เราทะเลาะเป็นภาษาอะไร"

เรื่องของนักเขียนบทหนุ่มชาวญี่ปุ่น และ สาวไทย

Play in English Japanese and Thai with subtitle



กำกับการแสดงโดย พันพัสสา ธูปเทียน

เขียนบท โชโกะ ทานิกาวา

นักแสดงชาย โชโกะ ทานิกาวา
นักแสดงหญิง ศศิธร พานิชนก
และ อภิรักษ์ ชัยปัญหา


Showtime

17 กุมภาพันธ์ 2552 - 1 มีนาคม 2552
รอบเวลา 19.30 น.
*****ยกเว้นวันจันทร์*****

เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.00 น.
(รวม 16 รอบ)

บัตรราคา 300 บาท, นักเรียน นักศีกษา 150 บาท


สร้างสรรค์โดย Life Theatre


Tel 0825586163


E mail : lifetheatrebkk@gmail.com

http://lifetheatre.page.tl

Sunday, 15 February 2009

MEMOMENT โมเม้นท์นี้ของพวกเขา



บรรยากาศการแสดงสด MEMOMENT

ในส่วนบริเวณหน้างาน เป็นส่วนภาพถ่าย ในส่วนการแสดงแบ่งพื้นที่การแสดงเป็นสองส่วน คือใน Crescent Moon space จะเป็นส่วนของการแสดงการเคลื่อนไหว และในห้อง B Floor room จะเป็นส่วนของดนตรี ทั้งสองห้องจะถูกเชื่อมกันด้วยเสียงดนตรี หนังสั้น และภาพวิดิโอ

การแสดงทั้งสองวันจบลงไปแล้วอย่างสวยงาม

เรามีภาพการเคลื่อนไหวของ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ มาให้ดูกัน
ภาพถ่ายโดย ภูมิฐาน ศรีนาค





































Friday, 13 February 2009

อุ่นรัก...อ่าน(เรื่อง)รัก

มีคนเขียนถึงโครงการอ่านบทละครที่บล็อคโอเคเนชั่น เมื่อวันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 เลยขอเค้าแล้วเอามาลงไว้ที่นี่ด้วย


อุ่นรัก...อ่าน(เรื่อง)รัก
Posted by nonglucky



อ่าน(เรื่อง)รัก : อ่านรักจากวรรณกรรม



พระจันทร์เสี้ยวการละค
ร โดย สินีนาฏ เกษประไพ ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี ๒๕๕๑ ได้ชักชวนนักการละคร ๑๐ คน ที่สมัครใจร่วมโครงการ อ่าน(เรื่อง)รัก : อ่านรักจากวรรณกรรม มาร่วมกันสุมหัวเพื่อนำเสนอความรักหลากหลายมิติ เรื่องรักทั้ง ๑๐ สินีนาฏเปิดพื้นที่ให้กับคนทำละครทั้งสิบชีวิต คัดสรรนำมาอ่าน และนำเสนอชิ้นงานทั้งสิบอย่างอิสระ สินีนาฏกล่าวว่า เหตุการณ์บ้านเมืองในปีที่ผ่านมา มีความตึงเครียด บรรยากาศของบ้านเมืองทำให้เกิดการแบ่งแยกและเกลียดชัง จึงอยากนำเสนอโครงการแรกจากพระจันทร์เสี้ยวด้วยเรื่องรัก เพื่อให้ผู้สนใจพูดถึงความอ่อนไหวในใจอย่างความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ร่วมงานกับคนทำละครทั้งสิบ ทำให้เห็นมิติความหลากหลาย มุมมองความรัก หนังสือที่เขาชอบอ่าน การตีความที่มีต่อความรักและวรรณกรรม

แม้จะเป็น โครงการที่ไม่มีกระบวนการซับซ้อนเหมือนการทำละครเวที แต่ทั้งสินีนาฏและนั
กการละครอีกสิบคน มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ๓ ครั้ง และเตรียมงานกันร่วมหนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนเศษๆ สวนีย์ อุทุมมา, สายฟ้า ตันธนา, คานธี อนันตกาญจน์, อภิรักษ์ ชัยปัญหา, ปานรัตน กริชชาญชัย, เกรียงไกร ฟูเกษม, นพพันธ์ บุญใหญ่, ศรวณี ยอดนุ่น, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ และสุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล คือนักทำละครทั้งสิบคนที่ยินดีเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทุก คนต่างมีฉากและตอนที่ประทับใจในแง่มุมของความรัก จากหนังสือที่พวกเขาคัดมาแตกต่างกัน เรื่องรักทั้งสิบมีทั้งงานเขียนของนักเขียนไทยและนักเขียนต่างประเทศ


การนำเสนอ นักทำละครทั้งสิบจะนำเรื่องรักที่ตัวเองคัดตอนมาแล้ว มาอ่า
นให้ผู้เข้าชมฟัง พร้อมกับมีการแสดงประกอบไปด้วย วิธีการแสดงมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนำเสนอแบบสื่อมัลติมีเดีย ฉายภาพเคลื่อนไหวประกอบ มีเสียงดนตรี การจัดฉากเล็กๆ เหมือนเล่นละครเวที ความรู้สึกเหมือนได้นั่งชมละครเวทีสั้น ๑๐ เรื่อง แต่ละครเวทีสั้นครั้งนี้ มีนักแสดงถือแผ่นกระดาษอ่านบทให้ฟังไปด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอารมณ์รัก เศร้า สูญเสีย เป็นน้ำเสียงการอ่านที่มาจากอารมณ์อันเป็นแรงขับที่เกิดจากการรู้สึกไปกับ งานเขียนทั้งสิบเรื่อง แต่ละเรื่องมีความยาวตั้งแต่ ๑๐ นาทีไปจนถึง ๒๐ นาที


สวนีย์ อุทุมมา นักทำละครจากกลุ่มมะขามป้อม คัดตอ
น ๔ หน้า ๔๒-๕๒ ของนวนิยายเรื่อง “ความรักของวัลยา” เขียนโดย เสนีย์ เสาวพงศ์ สวนีย์บอกว่า ชอบเรื่องนี้มากตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น แม้ภาษาจะอุดมคติ แต่ก็ยังเลือกตอน ๔ ที่มีหญิงชราชาวฝรั่งเศส สนทนากับตัวเอกในเรื่องถึงความกล้าหาญของสตรีชาวฝรั่งในหน้าประวัติศาสตร์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มตั้งแต่การทำลายคุกบาสติลล์ไปจนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ฝรั่งเศสถูกเยอรมนีรุกราน หญิงชราชาวฝรั่งเศสวัย ๖๐ เล่าถึงความกล้าหาญของสตรีฝรั่งเศสว่า มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่เสรีภาพและภราดรภาพ เธอเล่าถึงความกล้าหาญด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ และกระชากความสะเทือนผู้ชมว่า เธอสูญเสียลูกสาวไปถึงสองคนในสงครามเช่นกัน เธอเล่าและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่มีลูกสาวกล้าหาญถึงสองคน แม้ทั้งสองจะเสียชีวิตในสงครามก็ตาม สวนีย์ต่ออีกว่า รอยยิ้มในความภาคภูมิใจนั้นอาจจะไม่ใช่อย่างเวลาที่แม่เห็นลูกขึ้นไปรับถ้วย รางวัล แม้เรื่องนี้ภาษาจะอุดมคติ กลับสร้างความประทับใจให้แก่นักศึกษาที่เข้าฟังจำนวนมากในวันนั้น เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว ทำให้นักศึกษาฉุกคิดและตั้งคำถาม รวมถึงสะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ที่หญิงชราชาวฝรั่งเศสเล่าออกมา ...สงครามเป็นความสูญเสียที่สร้างความรู้สึกร่วมให้มนุษยชาติเสมอ แต่สงครามก็ยังไม่สิ้นสุด...หญิงชราพูดว่า “ฉันหวังว่าลูกสาวของฉันทั้งสองคนคงจะเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเสียชีวิตไปใน สงคราม” เรื่องนี้อ่านโดย อาจารย์พรรัตน์ ดำรุง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คานธี อนันตกาญจน์ คัดเลือกตอนและกำกับการอ่านโดย สวนีย์ อุทุมมา


"ไหม" งานเขียนของ อเลซซานโดร บาริกโก แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ เป็นชิ้นงานที่สายฟ้า ตันธนา คัดเลือกมาอ่านพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนคือน้ำผึ้งและคิ้ม โดยเลือกเอาตอนจบของเรื่องมานำเสนอ คือตอนที่แอรเว ฌองกรู (พ่อค้าไหม) รู้ว่าจดหมายฉบับนั้น เอแลน (ภรรยา) เป็นคนเขียน
คนทำละครที่มาอ่านงาน ทั้งสามคนออกมาในชุดสีดำสนิท สร้างบรรยากาศกดทับและอึงคะนึงแก่ผู้เข้าชม...น้ำเสียงของคิ้ม ให้ความรู้สึกกระเทือนใจและอาลัยอาวรณ์ในบางที การถ่ายทอดอารมณ์ในน้ำเสียงของคิ้มทำได้ดีไม่มีที่ติ คิ้ม มินตา ภณปฤณ พูดถึงงานเขียนเรื่องไหมและตีความงานเขียนชิ้นนี้ว่า...ไหมเป็นการพูดถึง
ความรัก ความเจ็บปวด ความปรารถนา ที่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แสดงให้เห็นถึงดินแดนของผู้หญิงซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาติหรือภาษาใดต่างก็มีจุด ร่วมในความเป็นหญิงเหมือนกัน และผู้ชายในเรื่อง (แอรเว) ต้องเดินทางเข้าไปสู่ดินแดนของผู้หญิงทั้งหมดในเรื่อง การล่วงล้ำเข้าไปในเพศหญิง ในดินแดนของผู้หญิง แต่แอรเวกลับไม่เข้าใจสถานที่เหล่านั้นเลย... สำหรับฉันในฐานะผู้ชมและ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ พลันอ่านจบ ฉันกลับรู้สึกอ้างว้างและรู้สึกว่าความรักแอรเวมีต่อภรรยา ช่างว่างเปล่านัก ตอนที่แอรเวบอกกับเอแลนว่า “ฉันจะรักเธอตลอดไป” เป็นคำบอกรักที่จืดชืดสนิท ฉันรู้สึกเหมือนแอรเวสักแต่พูดตามหน้าที่ เป็นคำบอกรักที่ไม่ชอบมาพากล เหมือนรักในสุญญากาศ เจ็บปวดที่ได้ยินมากกว่าจะอิ่มเอมใจ


"เสียงระหว่างเรา" ที่คานธี อนันตกาญจน์ นำมาอ่าน เรียกความหวานของรักกลับคืนมา แม้ว่ารักของคนทั้งคู่กำลังจบลงด้วยความตายของอีกฝ่ายก็ตามที เสียงระหว่างเรา อยู่ในหนังสือเรื่องสั้น(ขนาดสั้น) เรื่อง ภวาภพ เขียนโดย อุเทน มหามิตร
เรื่องที่เลือกมาอ่านเป็นความผูกพันระหว่าง คู่รัก ในอ้อมกอดของกันและกัน ในวาระสุดท้ายที่ฝ่ายช
ายกำลังจะตายไปจากหญิงใบ้ผู้เป็นที่รักของเขา คานธีอ่านคนเดียว พร้อมฉายภาพหญิงใบ้ที่เป็นใบ้จริงๆ ในเรื่องที่นำมาอ่าน บอกว่า คู่รักสื่อความหมายต่อกันด้วยภาษามือ แล้วผู้ชมก็ได้ร่วมดื่มด่ำไปกับเสียงเปียโนอันเพราะพริ้งจากปลายนิ้วของนัก เปียโนรับเชิญ ภาพเคลื่อนไหวฉายให้เห็นเฉพาะนิ้วทั้งสิบที่กำลังกรีดกรายอยู่บนเปียโน เสียงเพลงเปียโนคลอเบาไปกับเสียงอ่านที่น่าฟังของคานธี เมื่ออ่านจบเสียงปรบมือจากผู้ชมดังเกรียวกราว


ผลงานซีไรท์เล่มล่าสุดของวัชระ สัจจะสารสิน รวมเรื่องสั้นชุด เราหลงลืมอะไรบางอย่าง เป็นงานเขียนที่อภิรักษ์ ชัยปัญหา นำมาอ่านในครั้งนี้ โดยเลือกเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย” ให้นักแสดงสองคนอ่านพร้อมแสดงประกอบ รักในวรรณกรรมเรื่องนี้ เร่าร้อนและดุเดือด เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม แต่สะกิดต่อมความคิด นักเขียนซีไรท์อย่างวัชระเล่าเรื่องการปฏิวัติระหว่างการเมคเลิฟของสามี ภรรยาคู่นี้ ประหนึ่งว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นกิจ
กรรมทางเพศชนิดหนึ่ง


หากใครอยากบ่มเพาะและรำลึกถึงความรู้สึกแบบรักแรก ปานรัตน กริชชาญชัย นำวรรณกรรมเรื่อง "แวร์เธอร์ระทม" จากวรรณกรรมเยอรมันเรื่อง Die Leiden des jungen Werther ของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอน เกอเธ่ แปลโดย รศ.ถนอมนวล โอเจริญ
ปาน รัตนชอบมุมมองการนำเสนอ “ความรักในความคิดฝัน” เป็นความรักแบบโรแมนติกหรือแบบ storm and stress โดยเลือกเอาช่วงกลางจนถึงจบเรื่อง(เอามาเฉพาะบางหน้า) ซึ่งเป็นตอนที่พระเอกพรั่งพรูถึงความรักที่มีมากมายเหลือคณากับนางเอก ปานรัตนเลือกตอนนี้เพราะเป็นช่วงที่พระเอกได้กลั่นกรองทัศนะของความรักและความ รู้สึกจากก้นบึ้งขอ
งหัวใจออกมาชัดเจนที่สุด เป็นช่วงเคลิ้ม น่าใหลหลงในคำที่เขาเอ่ยออกมา ทำให้เห็นมุมมองของความรักที่มันเป็นความคิดฝันแบบสุดโต่ง ไม่เหลือที่ว่างให้กับความเป็นจริงและเหตุผลเลยแม้แต่น้อย เมื่อฟังแล้วชวนให้คิดคำนึงไปถึงวันแรกที่เราประสบพบพักตร์กับคนที่เรารัก และตัดสินใจที่ริจะรักเขา มันเป็นความอยากได้ใคร่ปรารถนาที่สวยงาม ทำให้หวนคิดว่าคนเรามีความสามารถที่จะมองความรักได้งามถึงปานนั้นเชียวหรือ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็น่าลองใช้ความสามารถทางความฝันเหล่านี้และอารมณ์รัก แรกเริ่มมาเติมความรักในโลกของความเป็นจริงกันดูบ้าง เพราะถ้าชีวิตอยู่ได้ด้วยแรงแห่งความฝันฉันใด ความรักก็คงดำรงอยู่ได้ด้วยความคิดฝันฉันนั้นกระมัง เมื่ออ่านมุมมองที่ ปานรัตนอยากนำเสนอ ฉันเองก็มาตั้งคำถามว่า ...เราจะสามารถรักคนที่เรารักได้ดั่งวันแรกที่รักเขาได้ตลอดไปหรือไม่?... แว ร์เธอร์ระทม งดงามด้วยนักแสดงหญิงที่สวยมาก และนักแสดงชายอีกสองคนที่มาอ่านร่วมกัน การจัดฉากและแต่งกายแบบย้อนยุค นักแสดงที่เล่นเป็นเกอเธ่ยังเดี่ยวกีต้าร์ร้องเพลงรักสดๆ เพื่อเผยความรู้สึกแรกที่มีต่อนางเอกในเรื่องให้ผู้ชมได้หวานกัน

เมื่อสักห้าปีก่อน(กระมัง) นวนิยายของนักเขียนญี่ปุ่นนาม ท์ซึจิ ฮิโตนาริ เขียนหนังสือออกมาสองเล่มคู่กัน คือ BLU "เยือกเย็น" กับอีกเล่ม (จำไม่ได้) เกรียงไกร ฟูเกษม เลือก BLU เยือกเย็น แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช มานำเสนอ ตะเกียงเลือกตอนที่เป็นการพูดถึงการเลือกที่จะ ดำเนินชีวิตของจุนเซ (ตัวละครหลัก) ที่จะยังคงจมอยู่กับสัญญาในอดีต และตามหาร่องรอยความรักในอดีตของหญิงที่ตนเคยรัก จะมองไกลออกไปสู่อนาคตกับเมมิ สาวน้อยลูกครึ่งอิตาลีกับโตเกียว และการที่จะยังคงเลือกเป็นนักซ่อมภาพศิลปะ หรือจะเป็นผู้วาดงานศิลปะขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ใช้ผู้อ่านเพียงคนเดียว โดยเลือกบทบาทให้ผู้อ่านเป็นนักพิสูจน์อักษร ที่มานั่งอ่านและแก้ไขเรื่องนี้
ให้ผู้ชมฟัง

เสียง กรี๊ดและเสียงหัวเราะดังสนั่นเมื่อนพพันธ์ บุญใหญ่ นำเสนองานเขียนเรื่อง "ความลับในความรัก" เขียนโดย จอห์น อาร์มสตรอง แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา... นพพันธ์นำเสนอ ความลับในความรัก ตามขนบวิธีคิดนอกกรอบในแบบที่เป็นตัวเขาเอง และดำเนินเรื่องอย่างสนุกสนานด้วยการเขียนละครซ้อนบทประพันธ์ชิ้นนี้ขึ้นมา เหมือนตั้งคำถามว่า ความลับในความรักคืออะไร อย่างตอนที่พูดถึง เวลาคนมีความรักมักจะใส่แว่นตาอีกอัน หรือการเล้าโลมทางเพศด้วยคำพูดของสามีภรรยาคู่หนึ่งในร้านอาหาร และคู่รักนักประกาศข่าวที่ทะเลาะกันแล้วจบลงด้วยการเมคเลิฟ ...นพพันธ์มักทำอะไรไร้กรอบ แต่ไม่ไร้ความคิด... หากจะหัวเราะกันดัง ลั่นกับ การแสดงของผู้อ่านทั้งสี่คน แต่อย่าหัวเราะเพลินจนลืมกลับเอาเก็บไปคิด เพราะนพพันธ์เขาไม่ได้เฉลยว่า หนึ่งบวกหนึ่งแล้วเท่ากับสอง

ศรวณี ยอดนุ่น ชอบเรื่อง The Missing Piece Meets the Big O หรือ "การเดินทางของส่วนที่หายไป" มาอ่าน เพราะให้ความรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องแสวงหา มันมีอยู่แล้วในตัวเอง ถ้าเรารักตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นมารักเรา เราก็จะมีความสุขมากๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนที่ขาดหายไปของใคร เพราะเรานั้นสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว แต่เราเพียงแค่อยากมีเพื่อนกลิ้งไปด้วยกันก็เท่านั้น ศรวณีอ่านให้ฟัง และมีเพื่อนอีกสองมากลิ้งไปกลิ้งมาเป็นวงกลมระหว่างที่อ่านไป ก็จะเห็นนักแสดงอีกสองคนกลิ้งไป

งานเขียนของปราบดา หยุ่น เรื่อง "แพนด้า" เป็นเรื่องที่เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เลือกมาอ่าน และมีเพื่อนอีกสองคนร่วมแสดงและร่วมอ่าน เขาเลือกตอนที่เป็นบันทึกครั้งที่ ๑๐ เป็นการบันทึกการเดินทางของแพนด้าจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่
“แพนด้า” หนุ่มวัย ๒๗ ปี มีรูปร่างคล้ายกับหมีในประเทศจีน เขามีความคิดว่าเขาและมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ล้วนเกิดมาผิดดวงดาว เป็นเหตุที่ทำให้
โลกใบนี้เสียสมดุลและเกิดความวุ่นวาย การเดินทางของเขาในครั้งนี้คือการเดินทางกลับไปดาวบ้านเกิด โดยมีผู้ร่วมการเดินทางไปด้วยอีกคนหนึ่งคือ “หยิน” สาววัย ๒๒ ปีที่พร้อมจะเคียงข้างไปกับแพนด้า โดยที่ไม่รู้ปลายทางคือที่ใด เบญจ์ บอกว่า ที่เลือกตอนนี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อ กัน เป็นมุมมองความรักที่แสดงถึงการยอมรับกัน และสุดท้ายจบลงด้วยการเดินทางครั้งใหม่ เรื่องนี้นำเสนอได้น่ารัก ผู้แสดงก็ยังสดใส เรื่องจึงเต็มไปด้วยความใส และรอยยิ้มใสๆ


"เขาไม่นับเธอ" เขียนโดย ไฮนริช เบิล แปลโดย อำภา โอตระกูล เป็นเรื่องที่ สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เลือกมาอ่าน
ชีวิต ของผู้ชายคนหนึ่งที่วันๆ เอาแต่จดจ่ออยู่กับตัวเลขสถิติจำนวนผู้ใช้สะพาน เพื่อไปรายงานต่อบริษัทเปลี่ยนไป เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านสะพาน ชีวิตของเขามีความหมาย ไม่ซังกะตาย และทุกครั้งที่เธอเดินผ่านมา เขาไม่สนใจที่จะนับจำนวนผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบนสะพาน ตัวเลขสถิติหยุดลง และเขาไม่นับเธอให้เป็นหนึ่งในตัวเลขทางสถิตินั้น วัน ธรรมดาของเขาในแต่ละวัน กลายเป็นวันแห่งการรอคอยที่จะไม่ได้นับเธอ ชีวิตมีความหมายเมื่อได้คอยใครสักคน แล้วตัวเลขและเวลาก็ประหนึ่งจะหยุดลง เมื่อการรอคอยได้สิ้นสุด การอ่านเรื่องนี้ขอชมนักแสดงที่มาอ่านว่า แสดงออกทางอารมณ์ได้ดีทีเดียว ทำให้รู้สึกอึดอัด กระวนกระวายใจระหว่างที่รอเธอคนนั้น และหัวใจเบ่งบานเมื่อในที่สุดเธอก็เดินผ่านมา

ทั้งสิบเรื่องของโครงการนี้ ทำให้ผู้เข้าชมที่ยังเป็นนักศึกษา เกิดความรู้สึกอยากอ่านหนังสือทั้ง ๑๐ เล่ม และกิจกรรมครั้งนี้ยังสามารถเป็นการปูพื้นฐานให้กับนักศึกษาด้านละครเวที นำไปปรับใช้กับการเขียนบทละครเวทีได้อีกด้วย การ กระตุ้นการอ่านวรรณกรรม และหนังสือครั้งนี้ เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง นาฏกรรมและวรรณกรรมได้อย่างลงตัว และคงทำให้มีคนรักการอ่าน อยากอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีกพอสมควร ยิ่งเมื่อผู้เข้าชมได้รับฟังการตีความของคนทำละครทั้ง ๑๐ ที่มีต่อเรื่องที่พวกเขานำเสนอ เชื่อแน่ว่า ความคิดเห็นของคนทำละครจะเป็นประกายที่ช่วยจุดไฟในการรักการอ่าน และอยากอ่านวรรณกรรมดีๆ


เขียนโดย
นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ

ผู้เข้าชมทั้ง ๑๐ เรื่องรักจากวรรณกรรม



Tuesday, 10 February 2009

เตรียมพบกับ MEMOMENT


ใกล้วันแล้วที่เราจะพบกับการแสดง MEMOMENT เลยมาถามคนจัดว่างานนี้มันจะเป็นยังไง ไปไงมาไงถึงจัดขึ้นมาได้ เราเลยมาถาม ดุจดาว วัฒนปกรณ์
ถามโดย สินีนาฏ เกษประไพ

ทำความรู้จักกับเธอสักนิด

ดุจดาว วัฒนปกรณ์ หรือ ดาว เป็นนักการละครจากกลุ่มบีฟลอร์ มีผลงานมานานแล้ว เพิ่งกลับมาจากการไปเรียน dance movement therapy ที่ลอนดอน เธอสนใจว่าการเคลื่อนไหวร่างกายมันมีความสัมพันธ์กับจิตใจคนเราได้ยังไง เธอเพิ่งเปิด workshop movement ไปเมื่อไม่นานนี้ ล่าสุด ร่วมแสดงใน Butoh เรื่อง "สันดานกา" ของบีฟลอร์ งาน MEMOMENT
ในครั้งนี้เธอเป็นแม่งาีนและเป็นหนึ่งในผู้แสดงงานด้วย

นาด : งานนี้จะเป็นงานแบบไหน
ดาว : งาน MEMOMENT คืองานแสดงศิลปะที่พูดเกี่ยวกับเรื่องความทรงจำผ่านศิลปินสี่แขนงด้วยกัน มี Photograph, Performance, Film and Music
ลักษณะงานจะเป็นงานจัดวาง แสดงสด และ เป็นแบบ IMPROVISATION งานของศิลปินสี่คนจะมีการคิดและตีความจากตีความเดียวกันและสร้างสรรค์งานมาแล้ว เป็นโครงสร้างหลักและเมื่อถึงเวลาแสดงงานงานทั้งหมดจะมีการโต้ตอบสอดรับกัน ด้วยจังหวะของเทคนิคงานในแขนงต่างๆ
นาด : ไปไงมาไงถึงจัดงานนี้
ดาว :
งานนี้เกิดขึ้นมาจากความต้องการเปิดกว้างกลุ่มคนดูที่เสพงานศิลปะเพียง เฉพาะด้าน งานนี้จะทำให้คนรักงานศิลปะได้มองเห็นศิลปะแขนงอื่นๆในมุมที่กว้างขึ้นเมื่อ เราทุกคนมาพูดถึงเรื่องๆเดียวกันโดยมีการsupport ซึ่งกันและกัน เริ่มจากพื้นที่เล็กๆ คนกลุ่มเล็กๆ พูดถึงเรื่องเล็กๆที่บางครั้งอาจดูเชย แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของความทรงจำเป็นเรื่องที่เรามีมันอยู่ตลอดเวลาจริงๆ ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่และบางครั้งอาจจะอยากปฏิเสธมันอย่างไร
นาด : ศิลปินในงานนี้ มีใครบ้าง
ดาว : เป็นเพื่อนๆที่มารวมตัวกันเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เราไม่ค่อยได้เจอกัน เนื่องจากทำงานกันคนละสาย เลยอยากมาเจอกัน ก็มี
อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ -- จบตรีโท จิตกรรมศิลปกร เป็นศิลปินแลกเปลี่ยนต่างประเทศบ่อยครั้ง เป็นช่างภาพและสไตลิสต์ปากจัดในวงการแฟชั่นก็หลายปี งานนี้ต้องอันเชิญมาร่วมงานค่ะ
มานุสส วรสิงห์ -- จบวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สาขา ภาพยนตร์และภาพนิ่ง เป็นมือชิงรางวัลหนังสั้นมาหลายรางวัล งานหนังส่วนใหญ่ถูกเชิญไปฉายต่างประเทศ ที่เมืองไทยทำตัวคุดคู้เป็นมือตัดหนังตัวอย่างให้กับงานภาพยนตร์ไทยมาเพียบ ตอนนี้ก็แอบเป็นตากล้องให้รายการเจ้าอยู่ ดูมัน

ดุจดาว วัฒนปกรณ์ -- อดทำการแสดงมาสองปี เพราะไปเรียน Dance Movement Therapy จาก Goldsmiths University of London งานนี้ขอปล่อยของค่ะ ก่อนไปทำงาน solo เล็กๆ ชื่อ LOOK CLOSERเอาไว้ สองปีแล้วขอทำงานชิ้นอื่นบ้าง

วง The Cucumber The Killer -- เจ๋งไม่เจ๋งไม่รู้ แต่ตอนนี้มีงานร่วมแสดงอยู่ที่หอศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพ

อยากบอกว่างานนี้รวมตัวศิลปินรุ่นไม่เก๋านะคะ แต่เอามันส์

มันส์แค่ไหนมาชมกันได้ งานนี้ชมฟรี แสดง 19.30 เป็นต้นไป ในคืนวันศุกร์และเสาร์ที่ 13-14 กุมภานี้ที่ Crescent Moon Space และ B Floor room งานนนี้จะออกแนวกึ่งปาร์ตี้ แต่โทรบอกเจ้าของงานไว้ก่อนก็จะดีค่ะ เพื่อการเตรียมการต่างๆ โทร 084 713 5075


Monday, 9 February 2009

เก็บเรื่องรักเอามาเล่า

เก็บบรรยากาศการพูดคุยจากโครงการอ่านเรื่องรัก (ขอแปะเอาไว้ก่อน จะรีบโพสต์เร็วๆนี้)

Sunday, 8 February 2009

บรรยากาศ-อ่านเรื่องรัก

ผ่านไปแล้ว 2 รอบ เมื่อวานนำเสนอไปแล้วทั้ง 10 เรื่อง อยากจะเก็บภาพบรรยากาศมาฝาก แต่ยังไม่ว่างพอ โปรดคิดตาม ไม่นานเกินรอ

Friday, 6 February 2009

พวกเขาพร้อมที่จะ-อ่าน

วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของ อ่าน(เรื่อง)รัก เป็นการพพบกันหมดทุกชิ้นงาน มาเจอกันทุกคน

Tuesday, 3 February 2009

รอบการแสดงอ่านบทละคร "อ่าน(เรื่อง)รัก"


อ่านเรื่องรัก
จะลงโรงเสาร์-อาทิตย์นี้แล้ว
ได้รายละเอียดรอบการแสดงมาดังนี้


วันเสาร์ 7 กุมภาพันธ์ (รอบบ่าย 15.00)

สายฟ้า ตันธนา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ไหม”
เกรียงไกร ฟูเกษม เสนอฉากรักจากเรื่อง “เยือกเย็น”
สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เสนอฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ”
คานธี อนันตกาญจน์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “เสียงระหว่างเรา”
สวนีย์ อุทุมมา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความรักของวัลยา”


วันเสาร์ 7 กุมภาพันธ์ (รอบค่ำ 19.30)

ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอฉากรักจากเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม”
เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “แพนด้า”
ศรวณี ยอดนุ่น เสนอฉากรักจากเรื่อง “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
นพพันธ์ บุญใหญ่ เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความลับในความรัก”
อภิรักษ์ ชัยปัญหา เสนอฉากรักจากเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย”


วันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ (รอบบ่าย 15.00)

เกรียงไกร ฟูเกษม เสนอฉากรักจากเรื่อง “เยือกเย็น”
สายฟ้า ตันธนา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ไหม”
อภิรักษ์ ชัยปัญหา เสนอฉากรักจากเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย”
นพพันธ์ บุญใหญ่ เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความลับในความรัก”
ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอฉากรักจากเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม”


วันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ (รอบค่ำ 19.30)

สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล เสนอฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ”
ศรวณี ยอดนุ่น เสนอฉากรักจากเรื่อง “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “แพนด้า”
สวนีย์ อุทุมมา เสนอฉากรักจากเรื่อง “ความรักของวัลยา”
คานธี อนันตกาญจน์ เสนอฉากรักจากเรื่อง “เสียงระหว่างเรา”


Monday, 2 February 2009

2nd Meeting อ่านเรื่องรัก


เมื่อวานเรามี 2nd Meeting กัน ครั้งนี้เรานัดกันมาพูดคุยเรื่องความคืบหน้า พบหน้าพบตาทำความรู้จักกับผู้อ่านของแต่ละชิ้นงาน หลังจากนั้นเรา ได้ดูซ้อมบางเรื่อง เลยเก็บภาพบรรยายกาศสบายๆมาให้ดู












จากเรื่อง "แวร์เธอร์ระทม"












จากเรื่อง "ไหม"











แล้วล้อมวงเล่าสู่กันฟังว่าแต่ละชิ้นงานเป็นยังไงกันบ้าง





กุมภาพันธ์





เดือนแห่งความรักพระจันทร์เสี้ยวจะเสนอการอ่านบทละคร อ่าน(เรื่อง)รัก อ่านรักจากวรรณกรรมโดยคนทำละคร เพื่อพูดถึงความรักในหลากหลายมิติ จัดแสดงวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์

ความน่าสนใจ - ตอนแรกคิดว่าจะเป็นโปรเจคเล็กๆ แต่ทำไปทำมากลายเป็นการรวมตัวของคนทำละครมากกว่า 30 คน หนึ่งในนั้น เราได้รับเกียรติจากครูอุ๋ย พรรัตน์ ดำรุง มาร่วมอ่านรักในครั้งนี้


เดือนนี้นอกจากจะมีความรักแล้วเรายังมีกิจกรรมแน่นทั้งเดือนกับอีก 2 งาน คือ MEMOMENT เป็นงานอาร์ตอาร์ตโดยดุจดาวและเพื่อน งานนี้รวมตัวกันหลายคนมาปล่อยของ มีภาพยนตร์ การแสดง ภาพถ่าย และดนตรี จัดแสดง วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์

ความน่าสนใจ - เป็นการรวมตัวของเพื่อนที่เจอกันได้ยากยิ่ง เพราะทุกคนต่างมีงานกันคนละด้าน ครั้งนี้ด้วยความรักและคิดถึง จึงนัดกันมาปล่อยของและฉลองปาร์ตี้ พิเศษเพียงแค่ 2 รอบเท่านั้น






และงานที่สามเป็นละครจาก Life Theatre เสนอเรื่อง Water Time เรื่องราวของคนคู่หนึ่งกับความเข้าใจ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม (เว้นคืนวันจันทร์)

ความน่าสนใจ - เด่นดังทั้งผู้กำกับและนักแสดง กับการพยามยามจะสื่อสารกันด้วยสามภาษา

กุมภาพันธ์กับงาน 3 รูปแบบ สนใจหรือชอบดูแบบไหนมาดูมาชมพวกเขาได้ ส่วนเดือนหน้าเข้มข้นไม่แพ้กัน กับการแสดงจากบีฟลอร์ “Something else” โดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ และละครแสดงเดี่ยวโดย นพพันธ์ บุญใหญ่ ในบทบาท “Hamlet” กำกับโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ จาก New Theatre Society ติดตามรายละเอียดกันได้เร็วๆนี้


Tuesday, 27 January 2009

เขาอ่านอะไร

เริ่มมีหลายคนโทรเข้ามาสำรองที่นั่งพร้อมคำถามว่า เขาอ่านอะไรกัน เลยเอามาเฉลยกันสักเล็กน้อยว่าพวกเขานักทำละครทั้งสิบคนชอบและจะอ่านอะไรกันบ้าง


สวนีย์ อุทุมมา - นักการละครจากกลุ่มมะขามป้อม ผลงานล่าสุด "จะวันไหนๆ"
เลือกอ่านฉากรักในวรรณกรรมไทยเรื่องเยี่ยม “ความรักของวัลยา” ของ เสนีย์ เสาวพงศ์
นักอ่าน 2 คน
ความยาว 13 นาที




คานธี อนันตกาญจน์ - นักการละคร นักดนตรี และนักแต่งเพลง จาก Democracy Music Studio
เลือกอ่านฉากรักจากหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง “ภวาภพ” ตอนที่ 2 ที่มีชื่อว่า “เสียงระหว่างเรา” ของ อุเทน มหามิตร
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 20 นาที





สายฟ้า ตันธนา - นักแสดงมีผลงานมากมาย และผู้กำกับจาก On Box
เลือกอ่านฉากรักในวรรณกรรมเรื่อง “ไหม” ของ อเลซซานโดร บาริกโก แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที






อภิรักษ์ ชัยปัญหา - นักการละครจากกลุ่มแปดคูณแปด เป็นนักแสดงมีผลงานมากมาย และเป็นอาจารย์ที่ยังรักจะเล่นละคร
เลือกอ่านฉากรักจากเรื่องสั้นเรื่อง “หาแว่นให้หน่อย” ของ วัชระ สัจจะสารสิน จากหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง “เราหลงลืมอะไรบางอย่าง”
นักอ่าน 2 คน
ความยาว 20 นาที




ปานรัตน กริชชาญชัย - นักการละครจาก New Theatre Society และมีผลงานการแสดงหลายเรื่อง และเป็นอาจารย์ที่ยังรักที่จะเล่นละคร และเป็นผู้ดูแลการผลิต
เลือกฉากรักจากวรรณกรรมเยอรมันเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม” บทประพันธ์ ของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอน เกอเธ่ ( Die Leiden des Jungen Werther ของ Goethe) แปลโดย รองศาสตราจารย์ ถนอมนวล โอเจริญ
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 30 นาที




เกรียงไกร ฟู เกษม
- นักการละครจาก พระจันทร์เสี้ยวการละคร มีผลงานการแสดงหลายเรื่อง
ฉากรักจาวรรณกรรมไทยที่ชอบและยังคงจำเรื่องราวต่างๆได้ดี คือ พระอภัยมณี แต่เขาเลือกทำเรื่อง “เยือกเย็น” (BLU) ของ ท์ซึจิ ฮิโตนาริ แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 20 นาที






นพพันธ์ บุญใหญ่ - ผู้กำกับ เขียนบท และนักแสดง ที่น่าจับตามองในความกวน
เลือกอ่านความรักจากหนังสือ “ความลับในความรัก” เขียนโดย จอห์น อาร์มสตรอง แปลโดย จิรนันท์ พิตรปรีชา
นักอ่าน 1 คน + นักแสดง 2 คน + หลายคน
ความยาว 20 นาที




ศรวณีย์ ยอดนุ่น - นักแสดงจากพระจันทร์เสี้ยวการละคร เป็นอาจารย์วิชาปรัชญา
เลือกอ่านไปกลิ้งไปกับฉากรักจากเรื่อง “The missing piece meets the big O” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “การเดินทางของส่วนที่หายไป”
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที



เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ - นักทำละครรุ่นใหม่ จากชมรมละคร คุรุศาสตร์ จุฬาฯ เริ่มมีผลงานกำกับการแสดง
เลือกอ่านฉากรักจากนวนิยายเรื่อง “แพนด้า” ของ ปราบดา หยุ่น
นักอ่าน 3 คน
ความยาว 15 นาที




สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล - นักทำละครรุ่นใหม่อีกคน เป้นนักแสดงให้กับหลายเรื่องหลายกลุ่ม เช่น Naked Masks, B Floor เป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ จากธรรมศาสตร์
เลือกฉากรักจากเรื่อง “เขาไม่นับเธอ” เขียนโดย ไฮนริช เบิล แปลโดย อำภา โอตระกูล
นักอ่าน 1 คน
ความยาว 10 นาที


จากฉากตอนในงานวรรณกรรม พวกเขาจะดึงออกมาเป็นบทละครสั้นๆ และนำมาอ่านในสไตล์ใครสไตล์เขา ในแต่ละรอบการแสดง จะอ่านเพียงแค่ห้าเรื่องเท่านั้น ความยาวแต่ละเรื่อง ประมาณ 10 – 20 นาที ซึ่งจะจัดกลุ่มหลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รักใครชอบใคร อยากมาเชียร์ใคร โปรดติดตามกันไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าไม่อยากรอก็จองที่นั่งตามวันเวลาที่สะดวกมาชมได้เลยที่ 081 259 6906 เพราะตอนนี้รอบแรกเต็มแล้ว แต่ยังเหลือที่อีก 3 รอบ ช่วยมาให้กำลังใจพวกเขาและนักอ่านกันเถอะ

Monday, 26 January 2009

MeMoment



MEMOMENT
Photograph, Performance, Film and Music


งานแสดงศิลปะหลากแขนงกับความทรงจำ นำเสนอด้วยงานจัดวาง แสดงสด และ IMPROVISATION เชื่อมร้อยประสานจาก theme “ความทรงจำ” โดย 4 ศิลปิน

อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ
มานุสส วรสิงห์
ดุจดาว วัฒนปกรณ์
และวง The Cucumber The Killer

@ Crescent Moon Space & B Floor Room
13-14 กุมภาพันธ์ 2552
เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

โทร 084 713 5075

หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆนี้ที่นี่

Sunday, 25 January 2009

นพพันธ์กับวันของละครเวที


เก็บข่าวจากนิตยสาร Happening ประจำเดือนมกราคมนี้มาให้อ่านกัน ในฉบับนี้มีคอลัมน์ A Year in their Lives สัมภาษณ์คนดังหลายๆคน หนึ่งในนั้นก็มีคนละครเวทีรวมอยู่ด้วย คือ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ ปีที่ผ่านมาเขาทำละคร 3 เรื่อง และแสดงที่ Crescent Moon Space ทั้งสามเรื่อง จนใครหลายๆคนเข้าใจว่าเขาจะยึดพระจันทร์เสี้ยวการละคร เคยถามเขา เขาบอกว่าชอบพื้นที่ในโรงละครเล็กๆแห่งนี้ มันทำให้เขาคิดอะไรได้หลายๆอย่าง อ้นเคยร่วมงานกับพระจันทร์เสี้ยวใน “Antigone” และ “ความฝันกลางเดือนหนาว” ในปี 2549 และล่าสุดมาร่วมวาดภาพเขียนทรายใน “หยดน้ำตาในทะเล” งานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน และจะมาร่วมโครงการ อ่าน(เรื่อง)รัก ในเดือนหน้านี้ ตอนนี้มาลองอ่านบทสัมภาษณ์เขากันว่าปีที่แล้วในความคิดเขาเป็นอย่างไรบ้าง

นพพันธ์กับวันของละครเวที
โดย วิภว์ บูรพาเดชะ
จากนิตยาสาร Happening ประจำเดือนมกราคม 2552



แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการละครเวทีไม่นานแต่ในช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่ ก็น่าจะเป็นคนละครที่ขยันที่สุดแล้ว เพราะเขาทำละครเองถึง 3 เรื่อง (เรื่องแรกยังถูกนำกลับมาเล่นซ้ำในเทศกาลละครกรุงเทพ 2551) และยังไม่นับที่เขาไปร่วมเล่นละครเวทีกับใครต่อใครอีกหลายเรื่อง

ละครของนพพันธ์จัดแสดงในโรงละครเล็กๆอย่าง Crescent Moon Space เป็นหลัก เป็นละครเวทีที่ดูง่าย ยิ่งสองเรื่องหลังเข้าขั้นสนุกสุดเหวี่ยง แต่ทุกเรื่องก็มีความแตกต่างกันอยู่ จากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนใน ดอกไม้ในแสงแดด มาสู่ละครเวทีแนวทดลองกวนๆ ชื่อ Welcome to Nothing และต่อด้วยงานฟีลกู๊ดเรื่องของเด็กชายช่างฝันที่ต้องเดินทางไปอยู่กับครอบครัวแปลกๆที่ต่างจังหวัดใน ฝากหัวใจไว้ที่อุบล แต่ในความต่างก็มีความห่ามเล็กๆ และพยายามทดลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ จนทำใหใครหลายคนกลายเป็นแฟนประจำของนพพันธ์ไปแล้ว

“ผมแค่คิดว่า ถ้าเราไม่ทำละครเวทีแล้วจะทำอะไร มีวัตถุดิบอยู่แล้วบทก็เขียนไว้แล้ว ตัวแสดงก็มี”
อ้นอธิบายที่มาของความขยัน “ผมไม่ได้เร่งตัวเองให้ทำ แต่ผมชอบทำงานกับเพื่อน ชอบตอนซ้อมที่หัวเราะขำกัน ชอบที่มีภาพในหัวว่า คนดูเขาจะเห็นฉากนี้อย่างนี้มันน่าจะขำดี หรือมันน่าจะเหี้ยดีนะ แม้แต่ตอนนั่งทำโปสเตอร์ผมก็ชอบ คือ ผมชอบทุกๆขั้นตอนของละครเวทีเลยนะครับ” เขาหัวเราะขำ “ทำละครมันสนุกจริงๆ แต่ปีนี้ผมได้เรียนรู้ชีวิตด้วย รู้นิสัยคน เรียนรู้ตัวเองด้วย เห็นตัวเองในงาน เห็นตัวเองในการดีลกับคน รู้ว่าเรายังควบคุมตัวเองไม่ได้ในบางเรื่อง แล้วก็ได้รู้ว่าเครียดไปก็ไม่ดี ก็เริ่มไม่ยึดติดนะ”

ปีที่ผ่านมาทำให้อดีตกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่เคยเป็นดาราหนังคนนี้ได้เรียนรู้มาเยอะแล้ว ในปี 2552 อ้นเลยตั้งใจจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เขาน่าจะมีโครงการแปลกๆอย่างงานวิดิโอหรือหนังสั้นมาให้เราดู แต่แน่นอน สิ่งที่อ้นทิ้งไม่ได้แน่ๆก็คือสิ่งที่ทำให้เขารู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น-ละครเวที

ตอนนี้เขากำลังคิดงานใหม่ๆที่น่าจะจัดแวดงในปีนี้ แต่ที่แน่ๆเขาจะแสดงเดี่ยวครั้งแรก ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ใน H-A-M-L-E-T: The Techno Drama เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับ New Theatre Society กำกับโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ โปรดติดตามกันต่อที่นี่ Crescent Moon Space

Friday, 23 January 2009

Water Time and new postcard

วอร์เตอร์ไทม์กับโปสการ์ดใหม่

มาแล้วๆ โปสการ์ดใหม่อีกสองแบบของ Water Time มาดูกันเลยดีกว่า

แบบที่ 1





















แบบที่ 2










แล้วคุณๆชอบแบบไหน
ไม่มีของรางวัลจะให้ ถ้าอยากตอบ โพสต์ที่คอมเม้นท์ด้านล่างได้เลย


นอกจากจะออกแบบโปสการ์ดมาเพิ่มแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังซ้อมอย่างหนัก มาดูบรรยากาศการซ้อมอย่างขมักเขม้นเพราะต้องใช้ทักษะทางภาษาถึงสามภาษา คือ ไทย อังกฤษ และ ภาษาญี่ปุ่น เรื่องนี้พูดถึงคนคู่หนึ่ง แน่ล่ะ เขามีนักแสดงชายและหญิง คือ โชโกะ ทานิกาวา และ ฮีน ศศิธร พานิชนก กับผู้กำกับ ครูหนิง พันพสสา ธูปเทียน และตัวละครอีกหนึ่งที่เพิ่งปรากฏตัวออกมา นักแสดง คือ อภิรักษ์ ชัยปัญหา แต่เขาเป็นใครในเรื่อง โปรดติดตามเร้วๆนี้ใน Water Time





ผมชื่อชาติ



เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการจัดฉายหนังรอบพิเศษ เรื่องผมชื่อชาติ (Lost Nation) กำกับโดยศาสตร์ ตันเจริญ หลังจากฉายหนังมีการพูดคุยกันของแขกพิเศษ คนรักหนัง และเพื่อนๆชาวไทยอินดี้ บรรยากาศคึกคักผู้คนมากมายบรรจุเข้าไปในโรงละครเล็กๆของ Crescent Moon Space


ข้อมูลภาพยนตร์
ผมชื่อชาติ
Lost Nation
กำกับโดย ศาสตร์ ตันเจริญ
Directed by Zart Tancharoen
ความยาว 100 นาที
Runtime: 100 min

Monday, 19 January 2009

1st meeting play reading project
















ประชุมสุมหัวนัดแรก

โครงการอ่านบทละคร อ่าน(เรื่อง)รัก อ่านรักจากวรรณกรรม โดยคนทำละคร งานนี้เป็นโครงการละครงานแรกของปีนี้ที่ละครโรงเล็ก Crescent Moon Space โดยทางพระจันทร์เสี้ยวอยากจะเห็นมุมมองเรื่องรักในหลายมิติ จากปีที่แล้วเราผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย เกิดการแบ่งแยกและความเกลียดชัง เราเลยอยากพูดถึงด้านความอ่อนไหวในใจอย่างความรัก ซึ่งน่าจะทำให้เราละมุนละไมขึ้น เราอยากเห็นการอ่านบทละครแบบมีผู้เข้าชม อยากทำงานร่วมกับนักละครหลายคนและรู้จักกันมากขึ้นผ่านหนังสือที่เขาอ่าน อยากแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องความรักจากหลายแง่มุม


ที่สำคัญที่สุดโครงการนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเขาทั้งสิบคนก็สนใจและให้ใจกับเราเข้ามาร่วมกันคิดร่วมกันทำงานครั้งนี้โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุน งานนี้เปิดชมฟรีไม่เก็บบัตร แต่เต็มใจเปิดรับหยอดกล่องเพื่อใช้ในการจัดเตรียมงาน


นักทำละครสิบคนที่ว่านี้ ได้แก่ สวนีย์ อุทุมมา, สายฟ้า ตันธนา, คานธี อนันตกาญจน์, อภิรักษ์ ชัยปัญหา, ปานรัตน กริชชาญชัย, เกรียงไกร ฟูเกษม, นพพันธ์ บุญใหญ่, ศรวณี ยอดนุ่น, เบญจ์ บุษราคัมวงศ์ และ สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล


เรามีกระบวนการทำงานในช่วงเวลาหนึ่งเดือน หลังจากเลือกเรื่องกันแล้ว ทั้งสิบคนก็มาเจอกันเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ เพื่อคุยถึงเรื่องที่เลือก เตรียมงาน และถ่ายรูปร่วมกัน การทำงานในครั้งนี้แต่ละคนที่เข้าร่วมจะเป็นเลือกเรื่อง เลือกฉากที่จะอ่าน เลือกผู้อ่าน กำหนดทิศทางการนำเสนอตีความและเป็นผู้กำกับการอ่านที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 และ 8 กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก โดยเราจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม ผลัดกันนำเสนอในแต่ละรอบ นั่นหมายความว่า งานของคนคนหนึ่งจะจัดแสดงเพียงแค่ 2 รอบเท่านั้น


เราจะมีกระบวนการพบปะกันอีกสองครั้งก่อนวันงาน ได้เจอกันได้คุยกัน แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องรักในหนังสือ อาจมีข้อเสนอแนะให้กัน เป็นการทำงานแบบเห็นหน้าเห็นตากัน


ตอนนี้เราก็มีฉากรัก สิบฉากจากวรรณกรรมสิบเรื่องทั้งของไทยและต่างประเทศ แต่ไม่ต้องกลัวว่างานนี้จะหวานเลี่ยน เพราะงานที่แต่ละคนเลือกมีความน่าสนใจในหลากหลายแง่มุม และที่น่าสนใจมากก็คือฉากตอนที่เขาเลือกมานี้สะท้อนตัวผู้เลือกเองเช่นกัน งานนี้นอกจากจะชวนมานั่งดูงานกันแล้ว เราก็อยากจะชวนคุยในเรื่องรักและเรื่องวรรณกรรมที่เขาเลือกมาอ่านในครั้งนี้กันด้วย จะได้เป็นการเจอกันระหว่างคนดูและคนทำงาน


หากสนใจโทรมาจองที่ได้ ที่เบอร์ 081 259 6906

เนื่องจากโรงละครของเราเล็ก จุผู้ชมได้รอบละ 30 คน

รอฟังข่าวความคืบหน้า เร็วๆนี้

Sunday, 11 January 2009

Water Time


Water Time (Mizuno Zikan)

"เวลาทะเลาะกับแฟน เราทะเลาะเป็นภาษาอะไร"
เรื่องของนักเขียนบทหนุ่มชาวญี่ปุ่น และ สาวไทย
Play in English Japanese and Thai with subtitle

กำกับการแสดงโดย พันพัสสา ธูปเทียน
เขียนบท โชโกะ ทานิกาวา
นักแสดงชาย โชโกะ ทานิกาวา
นักแสดงหญิง ศศิธร พานิชนก
และ อภิรักษ์ ชัยปัญหา

แสดงที่
Crescent Moon Space
สถาบันปรีดีพนมยงค์ สุขุมวิท55 (ซอยทองหล่อ)

รอบพิเศษ 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 19.30 น.
รอบปกติ เวลา 19.30 น.
17 กุมภาพันธ์ 2552 - 1 มีนาคม 2552 *****ยกเว้นวันจันทร์
เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.00 น.

บัตรราคา 300 บาท นักเรียน นักศีกษา 150 บาท

สร้างสรรค์โดย Life Theatre
Tel 0825586163



Friday, 9 January 2009

อ่าน(เรื่อง)รัก





พระจันทร์เสี้ยวชวนชม
Play Reading Project


อ่าน(เรื่อง)รัก
อ่านรักจากวรรณกรรมโดยนักทำละครหลายคน


ที่ละครโรงเล็ก Crescent Moon Space สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ซ.ทองหล่อ)


7 – 8 ก.พ. 2552
เวลา 15.00 และ 19.30 น.

สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 081 259 6906
ชมฟรีไม่เก็บบัตร
(รับผู้ชม 30 ที่นั่งต่อรอบ)


Wednesday, 7 January 2009

ละครเวทีโรงเล็ก
















ละครเวทีโรงเล็ก

ข้อมูลมาจากนิตยสาร Metro Life
ปีที่ 5 ฉบับที่ 250
วันที่ 15-21 พฤศจิกายน 2551



เป็นคนดูละครทีวีผ่านจอสี่เหลี่ยมจนเบื่อแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นคนดูละครเวทีโรงเล็กที่เล่นกันสดๆ ได้ใกล้ชิดถึงอารมณ์และน้ำเสียงดูบ้าง รับรองได้ว่าได้อารมณ์ไปอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลละครกรุงเทพฯ แบบนี้ โรงละครต่างๆ ในกรุงเทพฯ และเหล่านักแสดงพร้อมใจกันนำเสนอความเพลิดเพลินแบบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ที่ไหนสวยงามอย่างไร มีการแสดงอะไรบ้าง เตรียมตัวไปชมกันได้เลย


Crescent Moon Space

โรงละคร Crescent Moon Space เดิมเคยเป็นห้องสำนักงานของพระจันทร์เสี้ยวการละคร ซึ่งได้การสนับสนุนให้ใช้พื้นที่นี้จากสถาบันปรีดี พนมยงค์ ตั้งแต่ปี 2541 ปัจจุบันปรับปรุงเป็นโรงละครโรงเล็ก Crescent Moon Space ตั้งแต่ปี 2550 ใช้เป็นที่ซ้อม ที่ประชุม ที่จัดทำอุปกรณ์ และเป็นละครโรงเล็กที่แสดงผลงานละครเวทีและงานศิลปะอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถจุผู้ชมประมาณ 30-40 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการแสดงขนาดเล็ก ใช้อุปกรณ์และฉากน้อย เน้นให้นักแสดงกับผู้ชมนั้นอยู่ในระยะใกล้ชิด เพื่อเป็นพื้นที่ทางเลือกที่จะเชื่อมโยงผู้สร้างงานศิลปะการละครกับผู้ชม และเชื่อมโยงคนในสังคมให้มีพื้นที่ปะทะสังสรรค์แลกเปลี่ยนการเรียนรู้โดยผ่านงานด้านศิลปะและการละคร ขณะนี้ได้จัดแสดงละครไปแล้วกว่า 19 เรื่อง รวม 129 รอบ

Crescent Moon Space จะจัดแสดงละครในงานเทศกาลละครกรุงเทพปีนี้ ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ ได้แก่ เรื่อง “Sun Flower: ดอกไม้ในแสงแดด” กำกับโดย นพพันธุ์ บุญใหญ่ จัดแสดงวันที่ 27-30 พฤศจิกายน และ 4-7 ธันวาคมนี้ วันธรรมดา รอบเวลา 19.30 น. และ เสาร์-อาทิตย์ รอบเวลา 14.00 น.

Crescent Moon Space ตั้งอยู่ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชั้น 1 ด้านหลังแท่นหินสีดำ ตรงลานน้ำพุ สถานที่รถไฟฟ้าทองหล่อ ทางออก 3 รถประจำทางสายที่ผ่าน ได้แก่ 2, 25, 38, 40, 48, 98, ปอ.25, ปอ.508, ปอ.501 และ ปอ.513

ติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์

http://www.crescentmoontheatre.com


Monta Performing Art

โรงละครชุมชนมันตาศิลปะการแสดงก่อตั้งขึ้นเมื่อปิ 2539 ในรูปของ Community Theatre เพื่อเป็นแหล่งสื่อสร้างสรรค์การแสดงและแหล่งวิชาความรู้อันหลากหลาย โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา มันตาศิลปะการแสดง ได้ดำเนินการผลิตผลงานของตนอย่างต่อเนื่องและเติบโตขึ้นมาโดยลำดับ จนเมื่อปี 2549 อันเป็นวาระครบรอบ 10 ปี มันตาศิลปะการแสดงได้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้อยู่ในรูปของ Production House ที่สามารถดำเนินการรับจัดการผลิต บรหารการจัดการการแสดงแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของผูปรารถนาใช้งานศิลปะเพื่อการนำเสนอสารบันเทิงออกสู่สายตาสังคมอย่างเต็มรูปแบบ เปี่ยมด้วยคุณภาพ

โรงละครมันตาศิลปะการแสดงดำเนินการจัดงานแสดงบนเวทีในรูปแบบที่หลากหลายในทุกพื้นที่ ในโอกาสต่างๆ พัฒนาและส่งเสริมผู้ผลิตสื่อการแสดง รับจัดการอบรมบุคคลากรเพื่อสื่อการแสดง คัดเลือกและเปิดสอนสำหรับนักแสดงภาพยนตร์ไทย ละครเวที อำนวยการและควบคุมการสร้างสรรค์งานโดยอาจารย์นิมิตร พิพิธกุล หรือพี่หนืด และในวันที่ 29-30 พ.ย. นี้จะจัดแสดงละครเวทีเรื่อง “เห็นแก่ลูก”

โรงละครชุมชนมันตาศิลปะและการแสดง ตั้งอยู่ใน ซ. วิภาวดี 58 ถ.วิภาวดีรังสิต ฝั่งตรงข้ามนอร์ทปาร์ค ฝั่งเดียวกับสโมสรตำรวจ บริเวณใกล้ช่วงแยกหลักสี่ หากโดยสารรถประจำทางให้ลงป้ายนอร์ทปาร์คแล้วเดินข้ามสะพานลอย สายที่ผ่าน ได้แก่ 29, 52, ปอ.10, ปอ.29, ปอ.504 และ ปอ. 510

ติดตามกิจกรรมต่างๆได้ทางเว็บไซด์ http://www.montaart.com


Democrazy Theatre Studio

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดยกลุ่มศิลปินที่ทำงานวิชาชีพด้านการแสดงในแขนงต่างๆ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านศิลปะการแสดงมาระยะหนึ่ง โดยมีกลุ่มศิลปินรุ่นพี่ๆ และครูอาจารย์เป็นที่ปรึกษาการตัดสินใจเปิดพื้นที่ Art Space เพราเข้าใจถึงความสำคัญของการมี Art Space ที่จะเป็นพื้นที่ทางเลือกใหแก่คนทั่วไปในการหาความรื่นรมย์ บันเทิงใจ หรือความรู้ ด้วยศิลปะที่เลือกได้ด้วยตัวเอง เป็นพื้นที่ที่ให้ศิลปินได้เข้ามาพบปะ แลกเปลี่ยน ฝึกซ้อมและนำเสนอผลงานของตนเองสู่สาธารณะ โดยในเดือนตุลา และพฤศจิกายน ได้จัดให้เยาวชนผู้สนใจเข้า workshop ในโครงการตัวอ่อนแปดคูณแปด โดยกลุ่มแปดคูณแปด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยุทธศษสตร์ละครสำหรับเยาวชน และ สสส. และเปิดพื้นที่ร่วมกับเทศกาลละครกรุงเทพ 2551 เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงาน อาทิ การแสดงพิธีเปิดเทศกาลละครกรุงเทพ 2551 กำกับโดยประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินศิปาธร ซึ่งจะเปิดการแสดงที่สวนสันติไชยปราการ ในวันที่ 22 พ.ย. นี้ และการแสดงละคร Romantic Comedy เรื่อง “Christmas Story 2” โดย Shoko Tanigawa กลุ่ม AA ในวันที่ 10-14 ธ.ค.

Democrazy Theatre Studio ตั้งอยู่ใน ซ. สะพานคู่ ใกล้ตึกลุมพินีทาวเวอร์ และ MRT ลุมพินี หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ให้ลงสถานีลุมพินี ทางออกที่ 1 เดินย้อนมาทาง ซ.สะพานคู่ เข้าซอยไปประมาณ 30 เมตร ถ้าขับรถให้จอดใน ซ.สะพานคู่ (เดินรถออกทางเดียว) หรือสวนลุมไนท์บาซาร์ได้ หากเดินทางโดยรถประทาง สายที่ผ่าน ได้แก่ 4, 13, 22, 45, 46, 47, 74, 109, 115, 116, 141, 507 และ ปอ. 544

กิจกรรมต่างๆได้ทางเว็บไซด์

http://www.siamdemocrazy.com


Makhampom Studio

มะขามป้อมเป็นกลุ่มละครเพื่อพัฒนาวัฒนธรรมชุมชน เริ่มก่อตั้งและเติบโตมาพร้อมกับการขับเคลื่อนทางปรชาธิปไตย มีกระบวนการละครเป็นเครื่องมือในการทำงาน และเปิดอบรมวิธีการใช้เครื่องมือนี้ให้แก่องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้สนใจ จากนั้นร่วมบุกเบิกละครไทยร่วมสมัย ขับเคลื่อนด้วยพลังอาสาสมัครจำนวนมาก และในปี 2548 ๆด้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) สองปีต่อมาจึงเปิดมะขามป้อมสตูดิโอ และมีมุมกาแฟสำหรับพบปะพูดคุย หรืออ่านหนังสือเพื่อความผ่อนคลาย

มะขามป้อมสตูดิโอเป็นโรงละครขนาดเล็กขนาด 30-70 ที่นั่ง ยินดีเปิดบริการสำหรับผู้กำกับรุ่นใหม่ นักศึกษาการละคร และคณะละครที่ต้องการแสดงผลงานละครขานดย่อม ละครเวทีที่จัดแสดงเร็วๆนี้ตชคือ “บันทึกอิสรา” เรื่องจริงของศรีบูรพาผู้เขียนนวนิยายข้างหลังภาพอันลือลั่น เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในคุกถึง 4 ปี ทว่างานเขียนของเขาไม่เคยติดอยู่ในคุก กำกับการแสดงโดย ประดิษฐ ประสาททอง ผู้สนใจสามารถชมตัวอย่างการแสดงสั้นๆ ได้ในวันที่ 22, 29, พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ ณ เวทีกลาง สวนสันติไชยปราการ และชมการแสดงเต็มรูปแบบได้ที่มะขามป้อมสตูดิโอ ระหว่างวันที่ 10-15 ธ.ค.

การเดินทางไปมะขามป้อมสตูดิโอ ถ้าไปด้วยรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีสะพานควาย ทางออกที่ 2 เมื่ออกจากรถไฟฟ้าให้เดินย้อนมาที่สี่แยกสะพานควาย ผ่านโรงพยาบาลเปาโล ห้างบิ๊กซี เมื่อถึงสี่แยกไฟจราจร เดินข้ามสะพานลอยมาลตรงป้อมตำรวจ ซึ่งอยู่ตัดกับสตูดิโอ หากเดินทางโดยรถประจำทาง รถเมล์สายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ 8, 27, 29, 54, 74, 77, 117, 204 และ 502

ติดตามกิจกรรมต่างๆได้ทางเว็บไซด์

http://www.makhampomstudio.net


ปล. ช้าไปหน่อย เพราะเพิ่งได้รับนิตยสาร แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับนักดูละคร จะได้ไปโรงละครทางเลือกที่มีอยู่ตอนนี้ได้ถูก หรือติดตามข่าวสารกันได้ อันที่จริงตอนนี้ยังมีโรงละครเล็กๆแบบนี้อยู่อีก 2 แห่ง คือ Naked Mask Playhouse ของเครือข่ายหน้ากากเปลือย ที่ตึกพญาไท และ Ideal Studio ของคณะมรดกใหม่ ที่รามคำแหง


Thursday, 1 January 2009

Happy New Year 2009



สวัสดีปีใหม่ 2552

ปีใหม่แล้ว ขอให้ได้อวยพรกับใครสักคนหรือหลายๆคน อยากส่งความสุข และความรู้สึกดีๆ ขอให้คุณๆมีความสุขทุกวัน ขอให้ศิลปะการละครจงเจริญ